[x] ปิดหน้าต่างนี้
 

 

  

กศน.
แผนการสอน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

จันทร์ ที่ 4 เดือน มีนาคม พ.ศ.2556

แผนการจัดการเรียนรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คิดอย่างรอบคอบถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ จำนวน ชั่วโมง
เรื่อง ๓.๑ การวางแผนทักษะอาชีพของตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา ทักษะการขยายอาชีพ สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๒
สังคมศึกษา (เศรษฐศาสตร์) สาระการพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๑
การเพาะเห็ดฟาง สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๐๖
เศรษฐกิจพอเพียง สาระทักษะการดำเนินชีวิต รหัสวิชา ทช ๓๑๐๐๑

๑. เป้าหมายของการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐาน
- มาตรฐานที่ ๓.๑ มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติในการงานอาชีพ มองเห็นช่องทาง และตัดสินประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง
- มาตรฐานที่ ๓.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
- มาตรฐานที่ ๓.๓ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม
- มาตรฐานที่ ๔.๑ มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติที่ดีเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม (รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง)
- มาตรฐานที่ ๕.๑ มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
๑.๒ ตัวชี้วัด
- รู้เข้าใจและวิเคราะห์แนวคิด หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- เสนอแนวทางการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจุบันได้
- วิเคราะห์ปัญหาและแนวโน้มทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้
- อธิบายความจำเป็นในการฝึกทักษะอาชีพ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อการขยายอาชีพ
- ความหมายความสำคัญของการจัดการอาชีพ และระบบการจัดการเพื่อขยายอาชีพโดยพัฒนาต่อยอดประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาและคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ
- อธิบายช่องทางและการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเพาะเห็ดฟางได้
- วางแผนในการฝึกทักษะอาชีพโดยพัฒนาต่อยอด ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา และคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ
- ฝึกทักษะอาชีพตามแผนที่กำหนดไว้ได้โดยมีการบันทึกขั้นตอนการฝึกทุกขั้นตอน
- รู้และเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการร่วมกลุ่มเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ และประเทศต่างๆ ในโลก
- รู้และเข้าใจ ในระบบเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ ในโลก
- รู้และเข้าใจความสัมพันธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประเทศไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ในโลก
- วิเคราะห์ชุมชนโดยการระดมความคิดเห็นของคนในชุมชน และกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ รายได้ ค่านิยมของชุมชน เป้าหมาย และกลยุทธ์ตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- วางแผนปฏิบัติการ
- วิเคราะห์ศักยภาพ และจัดการเกี่ยวกับผลการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมา 3-5 ปี จนถึงปัจจุบัน
- อธิบายวิธีแก้ปัญหาความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงของอาชีพ
- สามารถวางแผนปฏิบัติการ
๑.๓ สาระสำคัญ
การศึกษาปัญหาด้านเศรษฐกิจปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ความสำคัญและความจำเป็นในการร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ระบบเศรษฐกิจในโลกความสัมพันธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ความจำเป็นในการฝึกทักษะอาชีพ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อการขยายอาชีพ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากข้อมูลตนเอง ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านสังคม สิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ชุมชน (จุดแข็งจุดอ่อน โอกาส อุปสรรค) การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของชุมชน การวางแผนการปฏิบัติการ การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ การฝึกทักษะอาชีพ การจดบันทึก ปัญหาและการแก้ปัญหา ข้อเสนอแนะ ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ

๑.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
๑. อธิบายปัญหาด้านเศรษฐกิจปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้
๒. อธิบายความสำคัญและความจำเป็นในการร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ระบบเศรษฐกิจในโลกได้
๓. อธิบายความจำเป็นในการฝึกทักษะอาชีพ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อการขยายอาชีพได้
๔. อธิบายการวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยงได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
๑. วางแผนปฏิบัติการในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืชได้
๒. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของชุมชนได้
๓. เขียนแผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืชได้
๔. สามารถลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะได้
ด้านเจตคติ
๑. อธิบายปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม
๒. ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข และมีความรับผิดชอบด้วยความประณีต รอบคอบ และสะอาด

๒. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๓
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่าครอบครัวของผู้เรียนประกอบอาชีพอะไร และใครต้องการจะมีอาชีพอะไร เพื่อเสริมรายได้ให้กับครอบครัว ให้ผู้เรียนตอบคำถาม ๒ – ๓ คน แล้วแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่าในภาคเรียนนี้มีการลงทะเบียนเรียนรายวิชาการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟาง ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการนำไปประกอบอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้
ขั้นกิจกรรม
๑. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูสนทนาร่วมกับผู้เรียนเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย และศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบันจากใบความรู้
๓. ครูอธิบายความสำคัญและความจำเป็นในการร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ระบบเศรษฐกิจในโลก
๔. ให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นร่วมกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
๕. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์ในประเด็น “ถ้าหากผู้เรียนให้ความสนใจที่จะประกอบอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช” ให้วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของชุมชน แล้วให้ผู้เรียนนำเสนอผลงาน
๖. ครูสรุปและอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้จากข้อมูล ตนเอง วิชาการ สังคมและสิ่งแวดล้อม
ชั่วโมงที่ ๔ - ๖
๗. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔ – ๕ คน ให้ผู้เรียนวาดภาพสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองแล้วเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง จากนั้นให้ผู้เรียนสังเคราะห์ภาพและความคิดเห็นกันในกลุ่ม โดยการวาดภาพใหม่ แต่งกลอน หรือ เขียนบทความ แล้วส่งตัวแทนนำเสนอหน้าห้องให้เพื่อนฟัง
๘. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มให้ผู้เรียนวางแผนการปฏิบัติการ ในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช โดยให้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของตนเอง การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ โดยครูผู้สอนคอยอธิบายและกระตุ้นความคิดของผู้เรียน
๙. ให้ผู้เรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอ แล้วให้เพื่อน ๆ ช่วยกันวิจารณ์ และเพิ่มเติม
๑๐. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
๑๑. ครูมอบหมาย กรต. ให้ผู้เรียนเขียนแผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช และให้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะ
ขั้นสรุป
ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาที่ได้ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมมาตั้งแต่ต้น และให้วางแผนการทำแผนธุรกิจของตนเอง เพื่อให้มีอาชีพที่มั่นคงและต้องมีคุณธรรมในการประกอบอาชีพนั้น ๆ โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

๓. หลักฐานการเรียนรู้
๑. ชิ้นงาน ได้แก่
๑) การวิเคราะห์ในประเด็น “ถ้าหากผู้เรียนให้ความสนใจที่จะประกอบอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช” ให้วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของชุมชน
๒. ภาพวาดสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองและผลงานจากสังเคราะห์ภาพและความคิดเห็นกันในกลุ่ม โดยการวาดภาพใหม่ แต่งกลอน หรือ เขียนบทความ
๓. แผนการปฏิบัติการ ในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช โดยให้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของตนเอง การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ
๔. แผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช
๕. ผลงานจากการลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะ
๖. ผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
๒. ภาระงาน ได้แก่
๑. การร่วมอภิปรายในประเด็นร่วมกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
๒. การวิเคราะห์ในประเด็น “ถ้าหากผู้เรียนให้ความสนใจที่จะประกอบอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช” ให้วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของชุมชน แล้วให้ผู้เรียนนำเสนอผลงาน
๓. วาดภาพสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองและของกลุ่ม
๔. การวางแผนการปฏิบัติการ ในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช โดยให้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของตนเอง การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ ๕. การเขียนแผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช และให้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะ
๖. การทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

๔. สื่อและแหล่งเรียนรู้
- ใบความรู้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการขยายอาชีพ สังคมศึกษา
- กระดาษปรู๊ฟ
- ปากกาเคมี
- กระดาษ A4

๕. การวัดและประเมินผล
๑ ตรวจชิ้นงานการวิเคราะห์ในประเด็น “ถ้าหากผู้เรียนให้ความสนใจที่จะประกอบอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช” ให้วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของชุมชน
๒. ตรวจภาพวาดสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองและผลงานจากสังเคราะห์ภาพและความคิดเห็นกันในกลุ่ม โดยการวาดภาพใหม่ แต่งกลอน หรือ เขียนบทความ
๓. ตรวจแผนการปฏิบัติการ ในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช โดยให้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของตนเอง การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ
๔. ตรวจแผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช
๕. ตรวจผลงานจากการลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะ
๖. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

แบบทดสอบ
เรื่องการวางแผนทักษะอาชีพของตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1. ให้ผู้เรียนยกตัวอย่างอาชีพแต่ละประเภทดังนี้
- เกษตรกรรม ได้แก่..........................................................................................
- รับจ้าง ได้แก่....................................................................................................
- ให้บริการ ได้แก่......................................................................................................
- อื่น ๆ ได้แก่ ..........................................................................................................
2. ทักษะในการประกอบอาชีพมีอะไรบ้าง
.............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. ให้ผู้เรียนบอกแหล่งเรียนรู้ของชุมชน มาอย่างน้อย 3 แหล่ง
.............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. เทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบอาชีพมีอะไรบ้าง
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. ให้ผู้เรียนบอกภูมิปัญญาด้านอาชีพในชุมชน มาอย่างน้อย 3 ท่าน
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................





แบบทดสอบ
เรื่องการทำแผนธุรกิจเพื่อการขยายอาชีพ

คำสั่ง จงเขียนเครื่องหมาย  หน้าข้อที่ถูก และเขียนเครื่องหมาย  หน้าข้อที่ผิด
1. ..............ในการวิเคราะห์ชุมชนประกอบไปด้วยจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค
2. ..............ขั้นตอนของการสำรวจข้อมูล เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูล
3. ..............คำว่าพอมี พอกิน พอใช้ มาจากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4. ...............ในการทำงานต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
5. ..............การวางแผนการทำงานสามารถขจัดความเสี่ยงได้





เฉลย 1  2 3 4 5








กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายในประเด็นร่วมกันวิเคราะห์ความสัมพันธ์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กับภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
๒. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์ในประเด็น “ถ้าหากผู้เรียนให้ความสนใจที่จะประกอบอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช” ให้วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของชุมชน แล้วให้ผู้เรียนนำเสนอผลงาน
๓. วาดภาพสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองและของกลุ่ม
๔. การวางแผนการปฏิบัติการ ในการทำอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช โดยให้กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยุทธ์ ในการกำหนดแผนขยายธุรกิจของตนเอง การวิเคราะห์ศักยภาพและการจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน การแก้ปัญหาความเสี่ยง การวางแผนโดยกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้านความรู้และทักษะที่ต้องฝึก วิธีการฝึก แหล่งฝึก วันเวลาในการฝึก ฯลฯ โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการประกอบอาชีพ
๕. ให้เขียนแผนธุรกิจเกี่ยวกับอาชีพการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช และให้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะอาชีพ พร้อมทั้ง จดบันทึก บอกปัญหาและการแก้ปัญหา และข้อเสนอแนะ
















แผนการจัดการเรียนรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คิดอย่างรอบคอบถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ จำนวน ชั่วโมง
เรื่อง ๓.๒ การจัดการการผลิต การตลาด และบัญชีธุรกิจ จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา ทักษะการขยายอาชีพ สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๒
สังคมศึกษา (เศรษฐศาสตร์) สาระการพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๑
การเพาะเห็ดฟาง สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๐๖
คณิตศาสตร์ สาระความรู้พื้นฐาน รหัสวิชา พค ๓๑๐๐๑

๑. เป้าหมายของการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐาน
- มาตรฐานที่ ๒.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- มาตรฐานที่ ๓.๑ มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติในการงานอาชีพ มองเห็นช่องทาง และตัดสินประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง
- มาตรฐานที่ ๓.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
- มาตรฐานที่ ๓.๓ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม
- มาตรฐานที่ ๕.๑ มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
๑.๒ ตัวชี้วัด
๑. จัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ
๒. อธิบายวิธีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิต
๓. อธิบายขั้นตอนการลดต้นทุนการผลิตหรือการบริการ
๔. จัดทำแผนการผลิตหรือการบริการ
๕. จัดการการตลาดเพื่อนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด
๖. จัดทำแผนการจัดการตลาด
๗. อธิบายความสำคัญในการทำบัญชีธุรกิจ
๘. บอกประเภทของบัญชีประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๙. อธิบายกระบวนการตลาดได้
๑๐. ทำบัญชีการผลิตเห็ดได้
๑๑. ตระหนักในความสำคัญของเงิน สถาบันการเงิน
๑๒. อธิบายความสำคัญในการทำบัญชีธุรกิจ
๑๓. บอกประเภทของบัญชีประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๑๔. อธิบายขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น และสามารถนำผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นไปใช้ในการตัดสินใจได้
๑๕. นำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการอ่านและตีความหมายจากการนำเสนอข้อมูลได้
๑.๓ สาระสำคัญ
ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับควบคุมคุณภาพ การใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิต การลดต้นทุนการผลิตหรือการบริการ การจัดทำแผนการปฏิบัติการ การจัดการตลาด การวิเคราะห์การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย การขยายและการส่งเสริมการขาย การบรรจุหีบห่อ การกำหนดราคาขาย ปัญหาด้านกระบวนการผลิต ปัญหาด้านการตลาด การคลัง รายได้ประชาชาติ ความสำคัญในการทำบัญชีธุรกิจ ประเภทของบัญชีธุรกิจ การนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น บัญชีทรัพย์สิน และบัญชีรายรับ – รายจ่าย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้
๑.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
๑. อธิบายจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ วิธีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิต และการลดต้นทุนการผลิตได้
๒. อธิบายการจัดการตลาด การวิเคราะห์การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย การขยายและการส่งเสริมการขาย การบรรจุหีบห่อ การกำหนดราคาขายได้
๓. อธิบายปัญหาด้านกระบวนการผลิต ปัญหาด้านการตลาดได้
๔. อธิบายการคลัง รายได้ประชาชาติ ความสำคัญในการทำบัญชีธุรกิจ ประเภทของบัญชีธุรกิจ บัญชีทรัพย์สิน และบัญชีรายรับ – รายจ่าย ได้
๕. อธิบายการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
ด้านทักษะ/กระบวนการ
๑. ออกแบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้
๒. ออกแบบการทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่ายได้

ด้านเจตคติ
ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข และมีความรับผิดชอบด้วยความประณีต รอบคอบ สะอาด และซื่อสัตย์

๒. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๓
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน นำเข้าสู่บทเรียนเรื่อง การจัดการการผลิต การตลาด และบัญชีธุรกิจ โดยการใช้เพลงเกี่ยวกับอาชีพ เช่น เพลงดอกนีออนบานค่ำ และให้ผู้เรียนวิเคราะห์ในเนื้อเพลงว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพอะไรบ้าง และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเรียน
ขั้นกิจกรรม
๑. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูอธิบายเรื่อง การจัดการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ และอธิบายเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต การลดต้นทุนในการผลิต โดยยกตัวอย่างประกอบที่เกี่ยวข้องการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟาง เน้นการใช้แนวคิดที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
๓. ให้ผู้เรียนนำเสนออาชีพของตนเอง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกี่ยวกับอาชีพ
๔. ครูอธิบายเรื่อง การจัดการตลาด การวิเคราะห์การตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย การขยายและการส่งเสริมการขาย การบรรจุหีบห่อ การกำหนดราคาขาย
๕. แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เรียนในประเด็น “ปัญหาด้านกระบวนการผลิต ปัญหาด้านการตลาด”
๖. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มไปออกแบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการมา 1 ชิ้นงาน
ชั่วโมงที่ ๔-๖
๗. ครูอธิบายเรื่อง การคลัง รายได้ประชาชาติ ความสำคัญในการทำบัญชีธุรกิจ ประเภทของบัญชีธุรกิจ บัญชีทรัพย์สิน และบัญชีรายรับ – รายจ่าย ยกตัวอย่างโดยการนำข้อมูลรายได้ และรายจ่าย ของธุรกิจในประเทศ ที่ได้นำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิวงกลม และแนะนำผู้เรียนว่าเป็นการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ในเรื่องสถิติ
๘. ให้ผู้เรียนออกแบบการทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่าย ของอาชีพการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟาง
๙. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดจากใบงาน
๑๐. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน พร้อมทั้งแลกกันตรวจและแจ้งคะแนนให้ผู้เรียนทราบ
ขั้นสรุป
ครูร่วมกันกับผู้เรียนทบทวนเนื้อหาที่เรียนรู้ และทำกิจกรรมมาตั้งแต่ต้นพร้อมทั้งให้บอกประโยชน์ของการนำไปใช้

๓. หลักฐานการเรียนรู้
๑. ชิ้นงาน ได้แก่
๑. การนำเสนออาชีพของตนเอง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกี่ยวกับอาชีพ
๒. แบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการจำนวน 1 ชิ้นงาน
๓. การทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่าย ของอาชีพการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟางที่ออกแบบ
๔. แบบฝึกหัดจากใบงาน
๕. ผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
๒. ภาระงาน ได้แก่
๑. การนำเสนออาชีพของตนเอง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกี่ยวกับอาชีพ
๒. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็น “ปัญหาด้านกระบวนการผลิต ปัญหาด้านการตลาด”
๓. การออกแบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการมา 1 ชิ้นงาน

๔. ออกแบบการทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่าย ของอาชีพการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟาง
๕. การทำแบบฝึกหัดจากใบงาน
๖. การทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

๔. สื่อและแหล่งเรียนรู้
- ตัวอย่างนำข้อมูลรายได้ และรายจ่าย ของธุรกิจในประเทศ ที่ได้นำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิวงกลม
- หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการขยายอาชีพ
- กระดาษปรู๊ฟ
- ปากกาเคมี
- กระดาษ A4

๕. การวัดและประเมินผล
๑. ตรวจการนำเสนออาชีพของตนเอง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกี่ยวกับอาชีพ
๒. ตรวจแบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการจำนวน 1 ชิ้นงาน
๓. ตรวจการทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่าย ของอาชีพการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟางที่ออกแบบ
๔. ตรวจแบบฝึกหัดจากใบงาน
๕. ตรวจผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน



















แบบทดสอบ
เรื่องการจัดการการผลิตหรือการบริการ

1. จงอธิบายขั้นตอนการลดต้นทุนการผลิตหรือการบริการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาพอสังเขป
........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. การจัดทำแผนการผลิตหรือการบริการ ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง
........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. จงอธิบายวิธีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิตมาพอสังเขป
....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. จงบอกช่องทางการส่งเสริมการขายมา 5 อย่าง
........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การวิจัยการตลาดมีประโยชน์อย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................



แบบทดสอบ
เรื่องรอบรู้เรื่องการเงิน บัญชีและสถิติเบื้องต้น

1. การทำบัญชีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. จงบอกประเภทของบัญชีประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. บัญชีธุรกิจหมายถึง......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. บัญชีรายรับ – รายจ่าย หมายถึง......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การนำเสนอข้อมูลมีกี่แบบอะไรบ้าง........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................





แนวคำตอบ
1. ประโยชน์ของการทำบัญชี
1) เป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ
2) เป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนและตัดสินใจธุรกิจ
3) เป็นเครื่องมือในการวางแผนกำไร และควบคุมค่าใช้จ่ายของธุรกิจ
2. ประเภทของการทำบัญชี
1) บัญชีรับ – จ่าย
2) บัญชีทรัพย์สิน – หนี้สิน
3. บัญชีธุรกิจ หมายถึง ระบบประมวลข้อมูลทางการเงิน การจดบันทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรับ – จ่ายเงิน สิ่งของ และสิทธิที่มีมูลค่าเป็นเงินไว้ในสมุดบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เป็นระเบียบถูกต้องตามหลักการและสามารถแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการในระยะเวลาหนึ่งได้
4.) บัญชีรายรับรายจ่าย หมายถึง การจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเงินหรืออย่างน้อยที่สุดบางส่วนเกี่ยวข้องกับการเงิน โดยผ่านการวิเคราะห์ จัดประเภทและบันทึกไว้ในแบบฟอร์มที่กำหนดเพื่อแสดงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
5.) การนำเสนอข้อมูล มี 5 แบบ ได้แก่ การนำเสนโดยใช้ตาราง แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิรูปวงกลม แผนภูมิแท่ง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้กราฟเส้น














กิจกรรมการเรียนรู้

๑. การนำเสนออาชีพของตนเอง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในเกี่ยวกับอาชีพ
๒. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็น “ปัญหาด้านกระบวนการผลิต ปัญหาด้านการตลาด”
๓. การออกแบบป้ายโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการมา 1 ชิ้นงาน
๔. ออกแบบการทำบัญชีเกี่ยวกับรายรับ – รายจ่าย ของอาชีพการขยายพันธุ์พืช และการเพาะเห็ดฟาง
























แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คิดอย่างรอบคอบ ถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ
เรื่องที่ ๓.๓ สถิติเบื้องต้นสำหรับอาชีพ จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา คณิตศาสตร์ รหัสวิชา พค ๓๑๐๐๑

สาระสำคัญ
การหาค่ากลางของข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐานและฐานนิยม และการนำเสนอข้อมูล

ตัวชี้วัด
เลือกใช้ค่ากลางที่เหมาะสมกับข้อมูลที่กำหนดและวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้

เนื้อหา
การหาค่ากลางของข้อมูล
- ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
- มัธยฐาน
- ฐานนิยม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๖
ขั้นนำ
ครูนำเข้าสู่บทเรียน และชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนเล่นเกม เรียงลำดับของส่วนสูง อายุ รายได้ ฯลฯ
ขั้นกิจกรรม
๑. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูอธิบายการหาค่ากลางของข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม
๓. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดตามใบงาน
๔. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสูตรที่ใช้ในการหาค่ากลางของข้อมูล
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) จำนวน ๓๐ ชั่วโมง
ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการในการขยายธุรกิจของตนเองและทำแบบฝึกหัดตามใบงาน

สื่อ และอุปกรณ์การสอน
๑. หนังสือเรียน
๒. ใบงาน/บันทึกการเรียนรู้
๓. แบบทดสอบ
๔. กระดานไวท์บอร์ด และปากกาเขียนไวท์บอร์ด
๕. แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ

การวัดประเมินผล
๑. ประเมินผลจากผลการปฏิบัติงานตามใบงาน/บันทึกการเรียนรู้
๒. ประเมินผลจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน









แบบทดสอบก่อนเรียน

เรื่องสถิติเบื้องต้นสำหรับอาชีพ

1. จงบอกความหมายของคำต่อไปนี้
- ค่าเฉลี่ยเลขคณิต................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
- มัธยฐาน................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
- ฐานนิยม................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. จงหาค่ากลางของข้อมูลต่อไปนี้
11 10 12 12 10 9 8 8 9 11 10 7

ค่าเฉลี่ยเลขคณิตคือ..........................................................................................................................
ค่ามัธยฐาน.......................................................................................................................................
ฐานนิยม............................................................................................................................................



แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่องสถิติเบื้องต้นสำหรับอาชีพ

๑. มัธยฐานของข้อมูล ๑๘,๒๐ ๑๙,๒๒,๒๐,๑๘ และ ๑๙ เป็นเท่าใด
ตอบ
๒. มัธยฐานของข้อมูล ๗,๘,๖,๘,๙,๙,๑๐,๖,๑๑ และ ๑๒
ตอบ
๓. จงหาฐานนิยมของคะแนน ๔,๕,๓,๒,๔,๑,๕,๔,๒,๑,๔,๓
ตอบ
๔. จงหาฐานนิยมของคะแนน ๑,๒,๔,๙,๙,๑,๔,๒,๑,๙,๒,๔
ตอบ
๕. กำหนดตารางแจกแจงความถี่ของข้อมูล จงหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม
อันตรภาคชั้น ความถี่
๑ – ๓
๔ – ๖
๗ – ๙
๑๐ – ๑๒
๑๓ – ๑๕ ๒

















แบบทดสอบ
เรื่องรอบรู้เรื่องการเงิน บัญชีและสถิติเบื้องต้น

1. จงบอกความหมายของคำต่อไปนี้
- ค่าเฉลี่ยเลขคณิต............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
- มัธยฐาน............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
- ฐานนิยม............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
- 2. จงหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยมของน้ำหนักเด็ก 20 คน ซึ่งมีน้ำหนักเป็นกิโลกรัมดังนี้
32 60 54 48 60 52 46 35 60 38
44 48 49 54 47 48 44 48 60 32
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตคือ........................................................................................................
ค่ามัธยฐาน......................................................................................................................
ฐานนิยม.......................................................................................................................
แนวคำตอบ
จงบอกความหมายของคำต่อไปนี้
1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic mean) คือ การหาค่ากลางของข้อมูลที่เป็นตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดเพื่อความสะดวกในการสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ จะช่วยทำให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลถูกต้องดีขึ้น ใช้สัญลักษณ์ คือ
2. ค่ามัธยฐาน คือ ค่าที่มีตำแหน่งอยู่กึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมด เมื่อได้เรียงข้อมูลตามลำดับ ไม่ว่าจากน้อยไปมาก หรือจากมากไปน้อย ใช้สัญลักษณ์ Med
3. ค่าฐานนิยม คือ คือค่าของข้อมูลที่มีความถี่สูงสุด หรือค่าที่มีจำนวนซ้ำ ๆ กันมากที่สุด ใช้สัญลักษณ์ Mo
2. จงหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยมของน้ำหนักเด็ก 20 คน ซึ่งมีน้ำหนักเป็นกิโลกรัมดังนี้
32 60 54 48 60 52 46 35 60 38
44 48 49 54 47 48 44 48 60 32
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตคือ..............47.95..............................................................................
ค่ามัธยฐาน.............................48...................................................................................
ฐานนิยม..................................48, 60..................................................................................








แผนการจัดการเรียนรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ คิดอย่างรอบคอบถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ จำนวน ชั่วโมง
เรื่อง ๓.๔ การขยายพันธุ์พืช จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา การขยายพันธุ์พืช สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๑๐

๑. เป้าหมายของการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐาน
- มาตรฐานที่ ๓.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
- มาตรฐานที่ ๓.๓ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม
๑.๒ ตัวชี้วัด
๑. อธิบายความจำเป็น และประโยชน์การขยายพันธุ์พืชได้
๒. อธิบายประเภทของการขยายพันธุ์พืชได้
๓. เลือกใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้การขยายพันธุ์พืชได้
๔. บอกเทคนิค และสามารถขยายพันธุ์พืชได้อย่างน้อย ๖ วิธี
๕. สามารถดูแลรักษาพืชที่ขยายพันธุ์ได้
๑.๓ สาระสำคัญ
ศึกษาความจำเป็น และประโยชน์ ประเภทของการขยายพันธุ์พืช เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ใน การขยายพันธุ์พืช เทคนิค และวิธีการขยายพันธุ์พืช การดูแลรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
๑.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
๑. อธิบายความจำเป็น และประโยชน์การขยายพันธุ์พืชได้
๒. อธิบายประเภทของการขยายพันธุ์พืชได้
๓. อธิบายบอกเทคนิค และสามารถขยายพันธุ์พืชได้อย่างน้อย ๖ วิธีได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
๑. เลือกใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้การขยายพันธุ์พืชได้
๒. ปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชได้
๓. สามารถดูแลรักษาพืชที่ขยายพันธุ์ได้
ด้านเจตคติ
๑. เลือกใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้การขยายพันธุ์พืชได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
๒. ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข และมีความรับผิดชอบด้วยความประณีต รอบคอบ สะอาด และซื่อสัตย์

๒. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๓
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่าได้เตรียมต้นไม้เพื่อนำขยายพันธุ์พืชหรือไม่ แล้วแจ้งให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องเรียนรู้ในวันนี้
ขั้นกิจกรรม
๑. ครูอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนแบบศูนย์การเรียน โดยชี้แจงให้ผู้ทราบว่าการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน ผู้เรียนจะต้องแบ่งกลุ่มและเลือกหัวหน้ากลุ่ม ๑ คน เพื่อให้ทำหน้าที่เปิดซองกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละศูนย์การเรียน และอ่านคำสั่งให้เพื่อนในกลุ่มฟัง พร้อมปฏิบัติตาม ตามคำสั่งครบทั้ง ๔ ศูนย์การเรียน ถ้าหากผู้เรียนทำกิจกรรมในศูนย์ใดศูนย์หนึ่งเสร็จก่อนเวลา แล้วฐานต่อไปยังทำไม่เสร็จให้ผู้เรียนมานั่งที่โต๊ะสำรอง ทำกิจกรรม เล่นเกม เพื่อผ่อนคลายสมอง แต่ทุกคนจะต้องทำกิจกรรมให้ครบทุกศูนย์การเรียน (ยกเว้นโต๊ะสำรอง)
๒. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม แล้วเลือกหัวหน้ากลุ่ม ๑ คน
๓. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ใช้เวลา ๑๐ นาที
๔. ให้ผู้เรียนเข้าเรียนในศูนย์การเรียนทั้ง ๔ ศูนย์การเรียนที่ครูเตรียมไว้
๕. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ศึกษามาจากศูนย์การเรียน แนะนำเพิ่มเติม และให้ผู้เรียนซักถามข้อสงสัย
๖. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ชั่วโมงที่ ๔ – ๖
๑. ครูสาธิตวิธีการขยายพันธุ์พืชโดยการใช้เมล็ด แล้วให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ
๒. ครูสอนวิธีการตอนกิ่ง การปักชำ และการแยกหน่อ แล้วให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ
๓. อธิบายวิธีการดูแลรักษาต้นพืชที่ขยายพันธุ์
๔. ให้ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ในประเด็น “ เราจะนำความรู้ในเรื่องการขยายพันธุ์พืชนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านใด และจะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างไร
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหา และย้ำเน้นให้ผู้เรียนมาดูแลรักษาต้นพืชที่ขยายพันธุ์โดยแบ่งหน้าที่ตามที่ผู้เรียนตกลงกันเอง
กรต.
- ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชวิธีการอื่น ๆ ได้แก่ การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง การเสียบยอด จากผู้รู้ ภูมิปัญญา นำผลงานมาส่งครู และให้ทำรายงานพร้อมภาพถ่ายขณะดำเนินการ
- ให้ผู้เรียนทำโครงการการขยายพันธุ์พืช โดยเลือกพืชมา ๑ ชนิด วิธีการขยายพันธุ์ ๑ วิธี เช่น การปักชำฝักมรกต แล้วให้ดูแลจนครบกระบวนการ ได้ผลผลิตออกมา สามารถจัดจำหน่ายได้

๓. หลักฐานการเรียนรู้
๑. ชิ้นงาน ได้แก่
๑. ผลงานจากใบงานที่ได้ศึกษาใน ๔ ศูนย์การเรียน
๒. วิเคราะห์ในประเด็น “ เราจะนำความรู้ในเรื่องการขยายพันธุ์พืชนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านใด และจะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างไร
๓. ผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเมล็ด
๔. ผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการตอนกิ่ง
๕. ผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการปักชำ
๖. ผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการแยกหน่อ
๗. แบบฝึกหัดจากใบงาน
๘. ผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
๒. ภาระงาน ได้แก่
๑. การเข้าร่วมกิจกรรมใน ๔ ศูนย์การเรียนและทำใบงานที่ได้ศึกษาใน ๔ ศูนย์การเรียน
๒. การวิเคราะห์ในประเด็น “ เราจะนำความรู้ในเรื่องการขยายพันธุ์พืชนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านใด และจะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างไร
๓. ฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเมล็ด
๔. ฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการตอนกิ่ง
๕. ฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการปักชำ
๖. ฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการแยกหน่อ
๗. การทำแบบฝึกหัดจากใบงาน
๘. การทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

๔. สื่อและแหล่งเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาขยายพันธุ์พืช
- วัสดุ – อุปกรณ์ สำหรับการเพาะเมล็ด ได้แก่ ตะกร้า กระดาษหนังสือพิมพ์ คัตเตอร์ ไม้บรรทัด เมล็ดพันธุ์พืช วัสดุเพาะประเภทถ่านแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยหมัก
- วัสดุ – อุปกรณ์ สำหรับการตอนกิ่ง ได้แก่ คัตเตอร์ ถุงใส ขุยมะพร้าว น้ำยาเร่งราก
- วัสดุ – อุปกรณ์ สำหรับการปักชำและแยกหน่อ ได้แก่ กระถาง น้ำยาเร่งราก วัสดุเพาะประเภทถ่านแกลบ ขุยมะพร้าว ปุ๋ยหมัก กาบมะพร้าวสับ
- กระดาษ A4

๕. การวัดและประเมินผล
๑. ตรวจผลงานจากใบงานที่ได้ศึกษาใน ๔ ศูนย์การเรียน
๒. ตรวจการวิเคราะห์ในประเด็น “ เราจะนำความรู้ในเรื่องการขยายพันธุ์พืชนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านใด และจะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้อย่างไร
๓. ตรวจผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการเพาะเมล็ด
๔. ตรวจผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการตอนกิ่ง
๕. ตรวจผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการปักชำ
๖. ตรวจผลงานการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการแยกหน่อ
๗. ตรวจแบบฝึกหัดจากใบงาน
๘. ตรวจผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน






คำสั่ง

๑. ให้หัวหน้ากลุ่มอ่านคำสั่งให้เพื่อนร่วมกลุ่มฟัง โดยมีเวลาในการศึกษาทั้งหมด ๒๐ นาที
๒. ให้หัวหน้ากลุ่มแจกใบความรู้ให้กับสมาชิกในกลุ่ม
๓. หัวหน้ากลุ่มและสมาชิกอ่านใบความรู้เรื่องทักษะทางวิทยาศาสตร์ ใช้เวลา ๑๐ นาที
๔. หัวหน้ากลุ่มและสมาชิกทำแบบฝึกหัดในใบงาน ใช้เวลา ๑๐ นาที
๕. เมื่อหมดเวลาทำกิจกรรมให้เวียนกลุ่ม
๕. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จก่อนเวลาให้ไปนั่งที่โต๊ะสำรอง และทำกิจกรรมที่โต๊ะสำรอง

























แบบทดสอบหลังเรียน
เรื่องการขยายพันธุ์พืช

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว


























































แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่องการขยายพันธุ์พืช

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว






















































ศูนย์การเรียนรู้ที่ ๑
เรื่องความหมาย และความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช

ความหมายของการขยายพันธุ์พืช

การขยายพันธุ์พืช ( Plant Propagation) หมายถึง การผลิตหรือขยายพันธุ์พืชเพื่อให้เพิ่มปริมาณหรือทวีจำนวนต้นพืชให้มีมากขึ้น ตลอดทั้งการรักษาควบคุมคุณลักษณะและคุณภาพที่ดีไว้ให้คงเดิมหรือดียิ่งขึ้น แต่ไม่รวมถึงการเพิ่มจำนวนต้นพืชด้วยวิธีที่นำมาจากที่อื่น
การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่
1. การขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศ ( Seed or Sexual propagation)
2. การขยายพันธุ์พืชโดยไม่อาศัยเพศ หรือใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้น (Asexual propagation)


หลักการของการขยายพันธุ์พืช
การขยายพันธุ์พืชให้ประสบผลสำเร็จต้องมีความรู้ดังนี้คือ
1. ต้องมีทักษะในการขยายพันธุ์พืช ผู้ที่จะทำการขยายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตอนกิ่ง การต่อกิ่ง ติดตา และทาบกิ่ง จำเป็นที่จะต้องฝึกปฏิบัติหัดเพื่อให้เกิดความชำนาญ
2. ต้องรู้จักโครงสร้างภายในต้นพืชและนิสัยการเจริญเติบโตของพืชและควรมีความรู้พื้นฐานทางด้านพฤกษศาสตร์ พืชสวน พันธุศาสตร์ และสรีรวิทยาของพืช ความรู้พื้นฐานเหล่านี้มีส่วนช่วยให้การขยายพันธุ์ประสบผลสำเร็จอย่างมาก
3. ต้องรู้จักชนิดของพืชและวิธีการขยายพันธุ์ที่ให้ผลแน่นอน ซึ่งพืชแต่ละชนิดมีความยากง่ายในการขยายพันธุ์แตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทราบถึงเทคนิคต่างๆ ในพืชแต่ละชนิด ซึ่งความรู้อาจได้จากการศึกษาจากเอกสารทางวิชาการหรือจากผู้ที่มีประสบการณ์หรืออาจทำการศึกษาทดลองค้นคว้าด้วยตนเอง




รูปแสดงการขยายพันธุ์พืชแบบต่าง ๆ



















ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช
1. ความสำคัญต่อการดำรงพันธุ์ของพืช การขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศมักทำให้เกิดการ กลายพันธุ์ ดังนั้นการที่จะคงพันธุ์พืชที่ดีไว้จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีการอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศเช่น ตัดชำ ตอนกิ่ง ต่อกิ่งและทาบกิ่งเป็นต้น
2. เพื่อหาพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม เช่น การขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ หรือใช้เมล็ดเพาะปลูก ถึงแม้จะทำให้ มีโอกาสกลายพันธุ์ได้มาก แต่การกลายพันธุ์อาจได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะที่ดีกว่าเดิม เช่น ลำไยพันธุ์ต่างๆ ที่ปลูกในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นำมาจากประเทศจีน ต่อมามีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นทำให้ได้ลักษณะพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าพันธุ์เดิม
3. ความสำคัญต่ออาชีพเกษตร อาชีพเกษตรมีความผูกพันกับการขยายพันธุ์พืชอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสาขาพืช ไม่ว่าจะมีอาชีพปลูกพืชชนิดใด จะต้องเกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มปริมาณอยู่ตลอดเวลา จึงควรอย่างยิ่งที่เกษตรกรสาขาพืชจะเรียนรู้หลักการและวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ถูกต้อง และเหมาะสมเพื่อช่วยการประกอบอาชีพการเกษตรให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้อดีและข้อเสียของการขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ
ข้อดีของการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
1. ต้นพันธุ์ที่ได้มีระบบรากแก้ว สามารถหยั่งลึกลงไปในดิน ช่วยยึดลำต้นได้ดีเหมาะสำหรับปลูกในที่พื้นที่ดอน
2. ทำได้ง่าย รวดเร็ว ได้จำนวนต้นมาก ไม่ต้องใช้เครื่องมือมาก เช่น การเพาะเมล็ดมะละกอ น้อยหน่า เป็นต้น
3. สะดวกในการขนส่งในระยะไกล เนื่องจากต้นกล้ามีขนาดเล็กและ แข็งแรงและตายยาก
4. มีโอกาสกลายพันธุ์ไปในลักษณะที่ดีกว่าต้นพ่อและแม่พันธุ์เช่น มะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ ซึ่งเป็นพันธุ์ทะวายออกดอกมากกว่า 1 ครั้งต่อปีกลายพันธุ์มาจากพันธุ์มะม่วงสามปี
5. ไม่ติดโรคไวรัสจากต้นแม่ เพราะเชื้อไวรัสไม่ถ่ายทอดจากต้นแม่ไปยังลูกโดยอาศัยเมล็ดเป็นพาหะ
6. พืชบางชนิดสามารถเพาะเมล็ดได้ทุกฤดูกาล เช่น มะละกอ
7. พืชที่ปลูกด้วยเมล็ดจะมีอายุยาวนานกว่าการปลูกด้วยส่วนอื่นๆของต้น
ข้อเสียของการขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ
1. มีการกลายพันธุ์ได้ง่าย มักมีการกลายพันธุ์ลักษณะที่เลวกว่าต้นแม่
2. ให้ผลผลิตช้า เนื่องจากการเพาะเมล็ดจะต้องผ่านระยะเยาว์วัย (juvenility period) ไม้ผลบางชนิดอาจใช้เวลายาวนานมากกว่า 10 ปีจึงจะให้ผลผลิต เช่น ลำไย และลิ้นจี่
3. ต้นสูงใหญ่ไม่สะดวกต่อการดูแลรักษา ด้านต่าง ๆ เช่น การพ่นสารเคมี การเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็นต้น
4. พืชบางชนิดไม่มีเมล็ด เช่น กล้วย ฝรั่งพันธุ์บางกอกแอปเปิล และองุ่นบางพันธุ์ จึงไม่สามารถขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ได้
5. พืชบางชนิดใช้ระยะเวลาในการงอกนาน เช่น มะยม
ข้อดีของการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศ หรือใช้ส่วนต่าง ๆ
1. ต้นพันธุ์ได้มีลักษณะตรงตามพันธุ์
2. ออกดอกติดผลเร็วกว่าต้นที่เพาะจากเมล็ด เช่น มะม่วงที่ปลูกด้วยกิ่งเสียบหรือกิ่งทาบ สามารถออกดอกติดผลได้ภายในระยะเวลาปีแรกหลังการปลูก แต่ในทางปฏิบัติมักจะให้มีการออกดอกติดผลเมื่อต้นมีอายุได้ 2 ปีขึ้นไป ส่วนต้นที่ปลูกด้วยเมล็ดอาจใช้เวลานานถึง 5 ปีจึงจะออกดอก
3. ต้นพันธุ์ที่ได้มีขนาดสม่ำเสมอ เช่น การตอนกิ่ง การปักชำ หรือการทาบกิ่ง เราสามารถที่จะเลือกขนาดของกิ่งที่ต้องการให้มีขนาดใกล้เคียงกัน
4. ได้ต้นที่ไม่สูงเกินไป สะดวกแก่การเก็บเกี่ยว ตัวอย่างเช่น มะม่วงที่ปลูกด้วยกิ่งทาบ จะมีทรงต้นเตี้ยกว่าการปลูกด้วยเมล็ด
ข้อเสียของการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศ
1. การขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศเช่น ต้นพันธุ์ดีที่ได้จากการตอนกิ่งและตัดชำจะไม่มีรากแก้ว จึงทำให้โค่นล้มได้ง่าย
2. ถ้าต้นแม่เป็นโรค กิ่งพันธุ์ที่นำไปปลูกมักติดโรคมาด้วย เช่น กิ่งพันธุ์ของส้มที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อนี้สามารถถ่ายทอดไปยังกิ่งพันธุ์ได้
3. กิ่งหรือต้นมีขนาดใหญ่ ขนส่งลำบาก และเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา
4. วิธีการขยายพันธุ์บางอย่าง เช่น การทาบกิ่ง การเสียบกิ่ง และการติดตา จะต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญจึงจะประสบผลสำเร็จ






ตัวอย่างของไม้ผลที่นิยมขยายพันธุ์โดยวิธีการต่าง ๆ
ไม้ผลแต่ละชนิดนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ไม้ผลบางชนิดนิยมขยายพันธุ์ได้มากกว่าวิธีเดียว ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการขยายพันธุ์ไม้ผลที่นิยมทำเป็นการค้าในบ้านเราเท่านั้น
1. การเพาะเมล็ด ได้แก่ กระทกรกและ มะละกอ
2. การตัดชำ ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่งและ ลำไยพันธุ์เพชรสาคร
3. การตอนกิ่ง ได้แก่ ชมพู่ ฝรั่ง มะนาว ลำไย ลิ้นจี่ และส้มโอ
4. การต่อกิ่ง ได้แก่ ขนุน มะม่วง ท้อ ทุเรียน บ๊วย พลับ สาลี และอะโวกาโด
5. การทาบกิ่ง ได้แก่ มะขาม มะม่วง มะปราง และแมคคาเดเมียนัท
6. การติดตา ได้แก่ กระท้อน และเงาะ
7. การขยายพันธุ์ด้วยไหล ได้แก่ สตรอเบอรี่













ศูนย์การเรียนรู้ที่ ๒
เรื่อง หลักการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศ

หลักการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศ
การขยายพันธุ์พืชแบบใช้เพศ (sexual propagation) ซึ่งเกิดจากการผสมเกสรระหว่างไข่กับเชื้อตัวผู้ และเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นเป็นเมล็ด จากนั้นจึงนำเมล็ดไปขยายพันธุ์ โดยวิธีเพาะจนงอกเป็นต้นกล้าหรือพืชต้นใหม่ สำหรับนำไปใช้ปลูกหรือนำไปใช้เป็นต้นตอขยายพันธุ์ด้วยวิธีการติดตา ต่อกิ่ง หรือวิธีอื่น ๆ ต่อไป
การเกิดเมล็ด ในขณะที่ต้นพืชเริ่มติดผล ในรังไข่ (ovary) จะมีเนื้อเยื่อที่เรียกว่า รก (placenta) เกิดขึ้นที่ตรงส่วนปลายของรกจะเกิดก้อนกลมๆ เป็นจุด และก้อนกลมนี้จะค่อยๆ เจริญเรียกว่า นิวเซลลัส (necellus) จากนั้นจะมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เรียกว่าอินเท็คคิวเม้นท์ (integument) ล้อมรอบนิวเซลลัสจากด้านที่ติดกับรกออกไปทั้งสองข้าง แล้วมาจดกันทางด้านตรงข้าม ทำให้เกิดเป็นรูเล็กๆ ขึ้น เรียกไมโครพาย (micropyle) เราเรียกส่วนที่กล่าวมาทั้งหมดว่าไข่ (ovule) พืชบางชนิดจะมีก้านสั้นๆ ที่เชื่อมระหว่างไข่กับรกเรียกฟันนิวคูลัส (funiculus) และเรียกบริเวณที่เชื่อมอินเท็คคิวเม้นท์ กับนิวเซลลัสว่า ซาลาซ่า (chalaza) เมื่อไข่เจริญเต็มที่แล้วก็จะเกิดการถ่ายละอองเกสรของเกสรตัวผู้ (pollination) ผสมกับเกสรตัวเมียจนเกิดปฎิสนธิ (fertilization) จากนั้นภายในดอกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนในที่สุด
รังไข่ (ovary) เจริญไปเป็นผล (fruit) ซึ่งอาจรวมถึงส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นผลแก่
ไข่ (ovule) จะเจริญไปเป็นเมล็ด (seed) ส่วนอินเท็คคิวเม้นท์ (integument) เจริญเป็นเปลือก (testa of seed coat) และนิวเซลลัส (nucellus) เจริญไปเป็นเพอริสเปิม (perisperm) เมื่อเมล็ดเจริญเต็มที่จนแก่ (mature)

วิธีการเพาะเมล็ด
วิธีการเพาะเมล็ดโดยทั่วไปแบ่งได้ 2 แบบ คือ การเพาะเมล็ดในภาชนะ การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ
1. การเพาะเมล็ดในภาชนะ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการจำนวนต้นพืชไม่มากนัก และเมล็ดที่ต้องการดูแลรักษาเป็นพิเศษ สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเพาะเมล็ดในภาชนะ ได้แก่
1.1 ภาชนะที่ใช้เพาะ ควรมีลักษณะดี คือ มีน้ำหนักเบา ไม่แตกหักหรือผุพังง่าย หาได้ง่ายและมีราคาถูก ไม่เป็นพิษต่อต้นพืชที่ใช้เพาะ มีรูระบายน้ำออกได้ง่าย และมีขนาดพอเหมาะที่จะหยิบยกได้สะดวก ดังนั้นภาชนะที่ใช้เพาะอาจเป็นกระบะไม้ กระบะพลาสติก กระถาง หรือถุงพลาสติกที่มีรูระบายน้ำก็ได้
1.2 วัสดุที่ใช้เพาะ (media) หมายถึง ดินที่ใช้ในการเพาะควรจะมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการงอกของเมล็ดพืช ได้แก่ มีความโปร่ง คือ ระบายและถ่ายเทน้ำและอากาศในดินได้ดี และอุ้มน้ำมากพอควรมีธาตุอาหารพืชพอเพียง ในอายุของต้นกล้าพืชตามปกติ (ประมาณ 30-45 วัน) น้ำหนักเบาเพื่อสะดวกในการหยิบยกหรือเคลื่อนย้าย ปราศจากโรคแมลงหรือแร่ธาตุที่เป็นพิษ และไม่เป็นกรดหรือด่างจัดจนเป็นอันตรายต่อต้นกล้าพืช
1.3 เมล็ดที่จะทำการเพาะ ควรเป็นเมล็ดที่ได้จากต้นแม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี เมล็ด ไม่อยู่ในระยะพักตัว มีความงอกดี และมีความบริสุทธิ์สูง
1.4 วิธีการเพาะเมล็ดในภาชนะ มีขั้นตอนของการเพาะเมล็ด ดังนี้
1) การบรรจุดินลงกระบะเพาะ ก่อนอื่นควรมีวัตถุช่วยการระบายน้ำข้างใต้ดิน เพาะวัตถุเหล่านี้อาจได้แก่อิฐหรือหินขนาดต่างๆ เศษหญ้าแห้ง เปลือกถั่วลิสง หรือใยกาบมะพร้าว หลังจากนั้นบรรจุดินที่ใช้เพาะให้เต็มกระบะ เกลี่ยหน้าดินให้เรียบและได้ระดับโดยปรับหน้าดินที่เรียบร้อยแล้ว ให้ต่ำกว่าขอบกระบะเพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน หรือเมล็ดพืชที่เพาะอันเนื่องมาจากการรดน้ำมากเกินไป ความหนาของเนื้อดินที่ใช้เพาะควรหนาอย่างน้อย 3 นิ้ว
2) การหว่านเมล็ด ทำได้ 2 วิธี คือ การหว่านกระจ่ายทั่วไปทั้งกระบะ และควรโรยเมล็ดในแต่ละแถวแต่พอบางๆ เมล็ดที่มีขนาดเล็กมาก ควรผสมวัตถุอื่น เช่น ทรายหรือผงถ่าน หรือขี้เลื่อย เพื่อความสะดวกในการหว่าน และเมล็ดไม่ตกที่หนึ่งที่ใดมากเกินไป
3) การกลบเมล็ด ความหนาของดินที่ใช้กลบเมล็ดขึ้นอยู่กับชนิด และขนาดของเมล็ด เมล็ดที่ต้องการแสงในการงอกควรกลบเมล็ดแต่พอบางๆ แต่เมล็ดที่ต้องการความมืด หรือไม่ต้องการแสงขณะที่งอก ควรกลบเมล็ดให้ลึก แต่ไม่ควรกลบให้หนาเกิน 2-3 เท่า ของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ด หลังจากนี้ควรกดดินให้กระชับเมล็ดเพื่อให้เมล็ดได้ความชื้น และงอกได้สม่ำเสมอแล้วจึงรดน้ำให้โชก
2. การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ มักใช้สำหรับการเพาะเมล็ดในฤดูกาลปกติ ประกอบกับต้องการต้นกล้าพืชจำนวนมาก ความสำเร็จในการเพาะเมล็ดแบบนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกที่และการเตรียมแปลงเป็นหลักประการแรก และหลักสำคัญที่สุด วิธีการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะมีดังนี้
1) การเลือกที่และการเตรียมแปลงควรเลือกที่ที่มีวัชพืชขึ้นน้อย ดินมีความอุดมสมบูรณ์พอควร ไม่สะสมโรคและแมลง ทำการถางหญ้าและเก็บเศษพืชต่างๆ ออกให้หมด โดยเฉพาะต้นหรือหัวพืชพวกที่มีอายุยืน (perennials) วางหรือกะแปลงเพาะให้หัวท้ายของแปลงอยู่ในแนวทิศเหนือและใต้ ขนาดของแปลงมักใช้ขนาดกว้าง 1 เมตร และยาว 5 เมตร ถ้าเป็นดินเหนียวควรฟื้นดินตากแดดให้แห้งเสียก่อน แล้วจึงย่อยดินพร้อมกับใส่ปุ๋ยคอกเพิ่มเติมลงไปในดิน และควรทำการฆ่าเชื้อโรคในดินก่อนเพาะเมล็ดด้วย
2) การหว่านเมล็ดในแปลงเพาะ นิยมหว่านทั่วแปลงหรืออาจโรยเมล็ดเป็นแถว กรณีที่เมล็ดมีขนาดเล็กหรือการย่อยดินไม่ละเอียดพอ ก่อนหว่านมักนิยมใช้ปุ๋ยคอกเก่าๆ หว่านให้ทั่วแปลง แล้วรดน้ำให้ปุ๋ยคอกไปอุดดินเสียก่อนเพื่อกันเมล็ดตกลงไปตามซอกเม็ดดินควรหว่านเมล็ดแต่บางๆ ก่อนเมื่อเห็นว่าเมล็ดน้อยไปก็เพิ่มเติมให้หนาขึ้นได้
3) การทำร่ม (Shading) ให้แก่ต้นกล้าในแปลงเพาะ การทำร่มให้แก่ต้นกล้ามีจุดประสงค์ เพื่อพรางแสง คือ ให้กล้าได้รับแสงน้อยในตอนแรก เมื่อกล้ายังเล็กอยู่ และให้ได้รับแสงมากขึ้นจนถึงให้แดดตลอดวัน นอกจากนี้การทำร่มยังป้องกันการชะล้างน้ำฝนให้แก่แปลงเพาะอีกด้วย วัตถุที่นิยมทำร่มได้แก่ ผ้าดิบสีขาว เย็บเป็นผืนขนาดโตพอเหมาะกับแปลงแล้วคลุมลงบนโครงไม้
4) การดูแลรักษาต้นกล้า เพื่อให้ได้กล้าที่แข็งแรงพ้นจากการทำลายของโรคโคนเน่าคอดิน (damping off) การดูแลรักษากล้าพืชในระยะแรก คือ แสงสว่าง ควรเปิดให้ต้นพืชได้รับแสงหลังจากที่งอกโผล่พ้นจากผิวดิน ควรให้แต่น้อยในเวลาเช้า และเย็นเท่านั้น อุณหภูมิขนาดปานกลางถึงต่ำ ทำให้กล้าพืชแข็งแรง ส่วนอุณหภูมิสูงทำให้ความชื้นในแปลงเพาะสูญเสียไปมาก และกระตุ้นให้เกิดโรคโคนเน่าคอดินอีกด้วย เมื่อต้นกล้าเจริญขึ้นก็จะต้องเพิ่มแสงให้มากขึ้น จนถึงแสงเต็มที่ทั้งวันขณะที่ต้นกล้าโตถึงขั้นที่จะทำการย้ายปลูกได้แล้ว การให้น้ำเป็นเรื่องสำคัญควรให้แปลงเพาะมีความชื้นเพียงพอ ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
5) การย้ายกล้า การย้ายกล้าจะทำในกรณีที่ได้หว่านเมล็ดหนา อันเป็นผลทำให้ต้นกล้าพืชขึ้นหนาแน่น และเบียดเสียดกันมากเกินไป ถ้าไม่ได้ทำการย้ายกล้าปลูกอาจทำให้เกิดโรคโคนเน่าคอดิน หรือมิฉะนั้นจะทำให้กล้าพืชชะงักการเจริญเติบโต ควรย้ายกล้าขณะที่กล้าพืชมีใบจริง 2-3 ใบ และมีขนาดโตพอสมควร การย้ายปลูกอาจทำการย้ายปลูกลงกะบะหรือกระถาง หรือแปลงปลูกชั่วคราวก็ได้









ศูนย์การเรียนรู้ที่ ๓
เรื่อง หลักการขยายพันธุ์พืชโดยไม่ใช้เพศ

การขยายพันธุ์พืชโดยไม่ใช้เพศ คือ การขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น กิ่ง ใบ ตา ยอด และหน่อ มาทำให้เกิดรากและยอดเพื่อเจริญเป็นต้นพืชต่อไป ในระหว่าง การขยายพันธุ์นั้นอาจจะตัดส่วนต่างๆ จากต้นแม่ หรือทำการขยายพันธุ์กับต้นแม่จนกว่าจะเชื่อมติดกับต้นตอดีแล้วจึงตัดออก การขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ แบ่งออกเป็นหลายวิธีด้วยกัน คือ
1. การตัดชำ (cutting)
2. การตอนกิ่ง (marcotting)
3. การต่อกิ่ง (grafting)
4. การทาบกิ่ง (inarching)
5. การติดตา (budding)
6. การแบ่งและการแยก (separation and division)
เหตุผลของการขยายพันธุ์จากส่วนต่างๆ ของต้น
1) พืชบางชนิดและบางพันธุ์ไม่มีเมล็ด เช่น กล้วย ฝรั่งพันธุ์บางกอก แอปเปิล ส้ม และองุ่นบางพันธุ์ จึงจำเป็นต้องขยายพันธุ์โดยวิธีนี้เท่านั้น
2) การขยายพันธุ์จากส่วนต่างๆ ของต้นจะใช้สายต้น (clone) ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ทุกประการ เนื่องจากการขยายพันธุ์แบบนี้ใช้การแบ่งเซลล์แบบไมโตซีส (mitosis) ซึ่งรับโครโมโซม และไซโตพลาสซึม ทั้งชุดจากต้นแม่
3) เพื่อต้องการร่นระยะเวลาในการออกดอกติดผลให้เร็วขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการเพาะเมล็ด เช่น การต่อกิ่งหรือทาบกิ่งมะม่วง จะใช้เวลาเพียง 1-2 ปี ก็สามารถออกดอกติดผลได้ หรือลิ้นจี่ที่ปลูกด้วยกิ่งตอนใช้เวลา 3-4 ปี ก็ให้ผลผลิต ส่วนการเพาะเมล็ดอาจใช้ระยะเวลามากกว่า 10 ปี
4) เพื่อต้องการใช้ประโยชน์จากต้นตอและตอกลาง (intermediate stock) ของพืชบางชนิดที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น การทนต่อโรคและแมลง การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี หรือมีผลต่อยอดพันธุ์ดีในด้านการเจริญเติบโตทางด้านกิ่งใบ และการออกดอกติดผลตลอดจนคุณภาพของผลผลิต




การตัดชำ
การตัดชำ คือ การตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น ใบ หรือรากของพืช แล้วนำมาชำไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดรากและยอด และพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ โดยที่ต้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ ประเภทของการตัดชำ แบ่งได้ดังนี้ คือ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรากของกิ่งตัดชำ
1 อายุและสภาพของต้นแม่ ส่วนต่างๆ ของพืชที่จะนำมาตัดชำควรจะมีอายุพอดีไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป
2. จำนวนใบของกิ่งตัดชำ ใบที่ติดอยู่บนกิ่งตัดชำจะมีส่วนช่วยในการออกรากของกิ่งตัดชำได้เช่นกัน เพราะอาหารและฮอร์โมนที่สะสมอยู่ในใบจะช่วยทำให้เกิดรากและเพิ่มจำนวนรากดีขึ้น ควรตัดใบให้เหลือครึ่งหนึ่งเพื่อช่วยลดการคายน้ำ แต่ถ้ากระบะเพาะชำมีความชื้นเพียงพอ เช่น แปลงตัดชำที่มีการให้น้ำแบบพ่นหมอกเป็นระยะๆ ก็ไม่จำเป็นต้องตัดเอาใบออก กิ่งตัดชำที่มีใบจะสามารถสังเคราะห์แสงได้เอง
3. รอยตัดของกิ่งตัดชำ รอยตัดของกิ่งตัดชำด้านที่จะปักลงไปในวัสดุชำจะมีผลต่อการออกรากของกิ่งตัดชำ ควรทำรอยแผลเฉียงประมาณ 45 องศา จะทำให้การเกิดรากได้ดีกว่า
4. วัสดุชำ วัสดุที่ใช้เป็นตัวกลางเพื่อให้กิ่งตัดชำออกรากนั้นควรจะเก็บความชื้นได้ดีเป็นวัสดุที่ระบายน้ำได้ดี ที่นิยมใช้ในบ้านเราปัจจุบัน คือ ทราย ถ่านแกลบ ดิน ซึ่งอาจใช้ผสมกันหรือใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่จะนำมาตัดชำ
5. ความเป็นกรด-ด่างของวัสดุตัดชำ วัสดุตัดชำโดยทั่วไปควรมี pH ประมาณ 7.0
6. การใช้สารเร่งราก สารเร่งรากจะเพิ่มจำนวนรากให้มากขึ้น และทำให้การเกิดรากได้เร็วขึ้น ปัจจุบันที่นิยมใช้จะเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของออกซินเช่น IBA NAA 2,4-D 2, 4, 5-TP อาจใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้ร่วมกัน
7. การใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา การจุ่มกิ่งตัดชำในสารป้องกันกำจัดเชื้อรา จะช่วยป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้น
8. ความชื้นในอากาศ นอกจากวัสดุตัดชำจะมีความชื้นแล้ว ความชื้นในอากาศควรมีอย่างเพียงพอ
9. อุณหภูมิ อุณหภูมิบริเวณแปลงเพาะชำไม่ควรสูงหรือต่ำมากนัก อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพืชโดยทั่วไป คือ กลางวันอุณหภูมิอยู่ในช่วง 21 – 27 ๐ซ และกลางคืนระหว่าง 15 - 21๐ซ
10. แสงสว่าง ควรทำการตัดชำในที่ร่มรำไร


การตอนกิ่ง
การตอนกิ่ง คือ การทำให้ส่วนของพืชเกิดรากในขณะที่ยังติดอยู่กับต้นแม่ คือ ทำให้เกิดรากพิเศษ (adventitious roots) เมื่อกิ่งออกรากดีแล้วก็ตัดไปปลูก ต้นพืชที่ปลูกและตั้งตัวได้ดีแล้ว จะกลายเป็นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป สำหรับการตอนกิ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์ไม้ผลวิธีการหนึ่งที่นิยมทำกันมากเพราะสามารถกระทำได้โดยง่าย สะดวก และใช้อุปกรณ์น้อย
ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรากของกิ่งตอน
การออกรากของกิ่งตอนนั้นจะสำเร็จมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ในการควบคุมการออกราก ถ้าปัจจัยต่างๆ อยู่ในสภาพที่ส่งเสริมการออกรากแล้ว ความสำเร็จในการตอนกิ่งมาก ในทางตรงกันข้ามหากปัจจัยต่างๆ อยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมแล้วความสำเร็จในการตอนกิ่งก็มีน้อย ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความชื้นของวัสดุที่ใช้ตอนกิ่ง วัสดุที่นิยมใช้หุ้มกิ่งตอน คือขุยมะพร้าวซึ่งสามารถดูดซับน้ำได้ดี ความชื้นในอากาศ การเพิ่มความชื้นในอากาศจะช่วยลดการคายน้ำของพืช อุณหภูมิ คือ อุณหภูมิกลางวัน ประมาณ 21 – 27 ๐ซ และอุณหภูมิกลางคืนประมาณ 17 – 21๐ซ ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปจะมีผลทำให้การหายใจมากเกินไป ขนาดของกิ่ง หมายถึงเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่ง กิ่งที่มีขนาดเล็กจะรับน้ำหนักไม่ค่อยได้จะเกิดการหัก ถ้ากิ่งใหญ่เกินไปถึงแม้จะออกรากก็ตาม แต่เมื่อตัดลงไปปลูกในแปลงแล้วโอกาสที่จะตายมีมากกว่า ความเข้มข้นของแสง และตำแหน่งที่ทำการตอน กิ่งที่ได้รับแสงเต็มที่ซึ่งหมายถึงกิ่งที่อยู่รอบๆ ทรงพุ่ม จะทำให้การออกรากได้ดี และเร็วกว่ากิ่งที่อยู่ในทรงพุ่ม และสารควบคุมการเจริญเติบโตพืช หมายถึงสารเคมีต่างๆ ที่ช่วยเร่งและเพิ่มการเกิดรากให้มากขึ้นได้แก่สาร IAA , NAA เป็นต้น

การต่อกิ่ง
การต่อกิ่งหรือการเสียบกิ่งคือการสอดส่วนของพืชหรือกิ่งพืชต้นหนึ่งลงบนต้นพืชอีกต้นหนึ่ง และส่วนทั้งสองของพืชจะเชื่อมประสานติดต่อกัน และเจริญไปเป็นพืชต้นใหม่ โดยส่วนที่อยู่ใต้รอยต่อจะทำหน้าที่เป็นรากดูดน้ำ และแร่ธาตุอาหาร เรียกว่า ต้นตอ (rootstock, understock, stock)

การทาบกิ่ง
การทาบกิ่ง คือ การนำต้นพืชสองต้น ซึ่งต่างก็ยังมีรากเหมือนกัน มาทำการเชื่อมติดเป็นต้นเดียว หลังจากที่รอยต่อเชื่อมกันสนิทดีและต้นตอมีรากในปริมาณที่มากพอจึงตัดกิ่งลงมาชำ การทาบกิ่งแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ การทาบกิ่งแบบประกอบ เป็นการทาบกิ่งที่ไม่ตัดยอดต้นตอออก คือทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีต่างก็มียอดทั้งหลังจากที่รอยต่อเชื่อมกันสนิทดีจึงทำการจัดยอดต้นตอเหนือรอยต่อ และตัดกิ่งพันธุ์ดีใต้รอยต่อ และ การทาบกิ่งแบบเสียบ ซึ่งเป็นที่นิยมทำกันมากในปัจจุบัน
การติดตา
ความหมายของการติดตา
การติดตาการนำเอาตาของกิ่งพันธุ์ที่ดีเพียงตาเดียวมาติดบนต้นตอ แผ่นตาอาจจะลอกเนื้อไม้ออกหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดพืช และวิธีการติดตา อาจเรียกการติดตาว่าการต่อตา (bud grafting)

การแบ่งและการแยก
ส่วนของพืชที่สามารถแยกออกได้ตามธรรมชาติ หรือพร้อมที่จะแยกออกจากต้นพ่อแม่ได้และนำไปใช้ในการขยายพันธุ์ ได้แก่ หัว แง่ง หน่อ ไหล และจุก หรือตะเกียง เป็นต้น
การแยก (Separation) คือ การแยกส่วนของพืชออกจากกัน เช่น การแยกหัวของหอมแบ่ง หรือการแยกกระจุกหัวของแกลดิโอลัส ส่วนการแบ่ง (Division) คือ การตัดออกเป็นชิ้นๆ แต่ละชิ้นมีตาซึ่งจะทำให้กำเนิดเป็นพืชต้นใหม่ขึ้น เช่น มันฝรั่ง เป็นต้น
การขยายพันธุ์โดยใช้วิธีแบ่ง หรือการแยกส่วนของพืชนี้ มักจะได้พืชต้นใหม่ที่มีลักษณะ แข็งแรงเจริญเติบโตเร็วกว่าปลูกด้วยเมล็ด การแบ่งและการแยกนี้ส่วนมากจะใช้ในการขยายพันธุ์ไม้ประดับ










ศูนย์การเรียนรู้ที่ ๔
เรื่อง โรงเรือน และวัสดุ อุปกรณ์ในการขยายพันธุ์พืช

ลักษณะโรงเรือนที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช

ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติมีการผันแปร ของแสงแดด อุณหภูมิ ลม ปริมาณฝนที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้การเลี้ยงดูพืชให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นไปได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชิ้นส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ที่อยู่ ระหว่างการพัฒนาส่วนต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นต้นใหม่ หรือต้นใหม่ที่ยังไม่แข็งแรง สมบูรณ์ดี จำเป็นต้องได้รับการดูแลภายใต้สภาพ แวดล้อม ที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้นโรงเรือนจึงมีความจำเป็นสำหรับงานทาง ด้านการขยายพันธุ์พืชอย่างมาก
โรงเรือนนั้นมีทั้งแบบที่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าว ได้ทุกอย่าง เช่น การปรับอุณหภูมิภายในโรงเรือน มีหลอดไฟให้แสงสว่างและควบคุมความชื้นสัมพัทธ์อากาศ ได้สำหรับการผลิตต้นที่ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะอย่าง ส่วนโรงเรือนอีกแบบหนึ่งใช้สำหรับเลี้ยงดูต้นที่มีอายุน้อย และยังไม่แข็งแรงดีให้สามารถเจริญเติบโตได้ต่อไป มีการปรับสภาพแวดล้อมได้บ้าง จึงอาจมีเพียงการพรางแสง ให้ต้นกล้าเพื่อรอไว้ย้ายปลูกในแปลงกลางแจ้งต่อไป
โรงกระจก (glasshouse)



จำเป็นสำหรับในเขตที่มีอากาศหนาวเย็นต้องการปรับ อุณหภูมิภายในโรงเรือนให้ต้นพืชเติบโตผ่านฤดูหนาวได้ นอกจากนั้นสามารถปรับสภาพต่างๆ ให้เหมาะสมได้ เช่น การระบายอากาศและความชื้น การให้ปุ๋ยไปพร้อมกับน้ำ (fertigation) การเพิ่มจำนวนชั่วโมงแสงต่อวัน การปรับความเข้มแสงของหลังคา การให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มและอื่นๆ โครงสร้างโรงเรือนต้องมีความแข็งแรงสำหรับ รับน้ำหนักกระจกที่ใช้ทำหลังคาได้ ถึงแม้ว่าโรงกระจกจะใช้งานได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
โรงเรือนพลาสติก (plastichouse)
เป็นโรงเรือนที่ใช้วัสดุ polyethylene ทำหลังคา สำหรับ ป้องกันฝนและเพิ่มอุณหภูมิภายในได้บ้าง มีการใช้แพร่หลายมาก ขึ้นในการผลิตสินค้าทางเกษตรมากกว่าโรงกระจกถึง 3 เท่า โรงเรือนแบบนี้ใช้โครงสร้างน้ำหนักเบาแล้วคลุมด้วย พลาสติก จึงทำได้ง่ายและค่าใช้จ่ายน้อย สำหรับในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงต้องมีการระบายอากาศ ภายใน โรงเรือนจึงจะช่วยลดอุณหภูมิภายในให้ต่ำลงได้ วัสดุ ที่ใช้ทำ หลังคาสามารถใช้วัสดุต่างๆ ได้ เช่น polyvinyl fluoride, polyvinyl chloride, acrylic, polycarbonate และ ไฟเบอร์กลาส

โรงไม้ระแนง (lathhouse)
เป็นโครงสร้างที่มีการพรางแสงหลังคาสำหรับพืช ที่ปลูก ในกระถางหรือต้นที่ ย้ายปลูกใหม่ต้องการร่มเงาหรือ พืชที่ ต้องการการเอาใจใส่มาก นิยมใช้ในพื้นที่ที่มีอากาศ ไม่หนาวจัด มักมีโครงสร้างเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความสูงอย่างน้อย 2.5 เมตร หลังคานิยมใช้ไม้ ระแนง 1 x 1 นิ้ว วางสลับอันเว้นอันหรือตามความต้องการในการพรางแสง โดยกำหนดทิศ ทางของโรงเรือนให้ขวางตะวันหรืออยู่ในแนวเหนือใต้ เพื่อให้แสงผ่านหลังคาได้อย่างสม่ำเสมอ อาจใช้วัสดุอื่นๆ ทำหลังคาก็ได้ เช่น saran ซึ่งเป็นวัสดุพวก polypropylene fabric มีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่ายและราคาไม่แพง เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน



กระบะปักชำ (propagation beds)


เป็นกระบะก่ออิฐเป็นฝาโดยรอบสูงประมาณ 70 เซนติเมตร กว้าง 1.20 เซนติเมตร ยาวตามขนาดของพื้นที่ ภายในใส่วัสดุชำสูงประมาณครึ่งหนึ่งของกระบะ มีการระบายน้ำได้ดี อยู่ภายใต้ สภาพการพรางแสงประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์ ใช้สำหรับการตัดชำกิ่งแก่หรือตัดชำรากที่ไม่ต้องการควบคุมความชื้น ในอากาศมาก นักหรือพืชที่มีใบที่สามารถออกรากง่าย พืชที่อวบน้ำ การเพาะเมล็ด
กระบะเก็บความชื้น (propagation cases)
เป็นกระบะปิดทึบโดยรอบ ทางด้านบนปิดด้วยกระจกหรือพลาสติกที่แสงผ่านได้ สามารถเก็บความชื้นสัมพัทธ์อากาศได้ ควรมีการพรางแสงให้ด้วยเพื่อไม่ให้อุณหภูมิภายในสูงเกินไป ถ้าได้รับแสงโดยตรงอาจทำให้พืชเสียหายจากความร้อนและเน่าตายได้ จึงต้องระวังการเกิดโรคได้ง่าย อาจใช้วิธีการนำภาชนะปักชำกิ่งวางไว้ในถุงพลาสติกที่ปิดปากถุงไว้ใช้สำหรับการตัดชำกิ่งที่ต้องการความชื้นสูง วิธีนี้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย อาจใช้กับการเพาะเมล็ดก็ได้

กระบะพ่นหมอก (mist beds)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชที่ใช้วิธีการตัดชำกิ่งอ่อนที่มีใบติดอยู่ด้วย เช่น กิ่งอ่อน กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ใช้กับพืชที่ต้องใช้เวลานานในการเกิดราก สามารถทำให้เกิดรากได้เร็ว หรือพืชที่มียอดอ่อนอยู่ในระยะกำลังเจริญเติบโต

วัสดุปลูกที่ใช้ในการขยายพันธุ์และปลูกพืช
การเลือกใช้วัสดุสำหรับการเพาะเมล็ดหรือการตัดชำกิ่งให้ออกรากนั้น จะต้องมีความเหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติ วัสดุที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ยึดสำหรับกิ่งหรือต้นพืชระหว่างการขยายพันธุ์ ควรมีความอยู่ตัวเพียงพอ มีความโปร่งระบายน้ำและอากาศได้ สามารถเก็บความชื้นได้อย่างเพียงพอ สะอาดปราศจากศัตรูพืชและไม่เป็นพิษกับพืชด้วย เช่น ขุยมะพร้าว ถ่านแกลบ กาบมะพร้าวสับ แกลบสด ดิน ปุ๋ยหมัก ฯลฯ
วัสดุที่ใช้ในการปักชำกิ่ง (Rooting Media) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการ ออกรากของกิ่ง นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการงอกรากอีกด้วย วัสดุปักชำที่ดีควรมีลักษณะโปร่งเบา เพื่อให้น้ำและอากาศผ่านได้สะดวก ในขณะเดียวกันก็สามารถดูดซับความชื้นได้มาก ระบายน้ำได้ดี สะอาด ปราศจากเชื้อโรค เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย และไส้เดือนฝอย วัสดุปักชำที่นิยมใช้ โดยทั่วไปได้แก่
1. ดินร่วนปนทราย นิยมใช้ในการปักชำกิ่งแก่ และปักชำราก ซึ่งจะทำให้รากที่เกิดใหม่มีคุณภาพดี และเปอร์เซ็นต์การงอกสูง นอกจากนี้เมื่อขุดย้ายไปปลูกรากจะกระทบกระเทือนน้อย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับดินปลูกได้เร็ว ส่วนผสมที่นิยมใช้ คือทรายหยาบ 2 ส่วน ต่อดินร่วน 3 ส่วน
2. ทราย เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการปักชำมากที่สุด ทั้งนี้เพราะทรายมีราคาถูก ประหยัดปลอดภัยจากโรคมากกว่าการใช้ดิน ทรายที่ใช้ควรเป็นทรายน้ำจืด หรือทรายที่ใช้ในการก่อสร้าง ข้อเสียของการใช้ทรายเป็นวัสดุปักชำมีเพียงอย่างเดียว คือ ดูดซับความชื้นได้น้อย จึงทำให้รากที่งอกออกมามีลักษณะหยาบเปราะ และไม่ค่อยแตกแขนง ดังนั้นจึงนิยมผสมทรายกับวัสดุปักชำอื่น เช่น ดินร่วน ขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว 3. ขี้เถ้าแกลบ ใช้ในการปักชำควรเป็นขี้เถ้าแกลบเก่าซึ่งนิยมใช้ปักชำกิ่งอ่อน หรือไม้อวบน้ำเพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นได้ดี ทำให้รากที่งอกออกมามีคุณภาพดี ลักษณะรากเป็นเส้นเล็กเรียวยาวและแผ่กระจายดี เหมาะที่จะขุดย้ายไปปลูก แต่เนื่องจากขี้เถ้าแกลบมีลักษณะเป็นด่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขี้เถ้าแกลบใหม่ จึงนิยมผสมกับทรายในการปักชำพืชในอัตราส่วน 1:1
4. ขุยมะพร้าว เป็นวัสดุที่ใช้ปักชำกิ่งตอนที่ออกรากแล้ว หรือกิ่งตอนที่รากยังไม่แข็งแรง เพื่อให้รากแตกแขนงได้ดี มีความแข็งแรงก่อนนำไปปลูก ขุยมะพร้าวมีน้ำหนักเบาแต่ค่อนข้างหายากและราคาแพง จึงนิยมผสมกับทรายในอัตราส่วน 1:1 ในการปักชำ กิ่งตอน หรือทาบกิ่ง เพื่อให้วัสดุชำมีน้ำหนักเพียงพอที่จะยึดกิ่งพืชให้ตั้งตรงอยู่ได้
5. น้ำ เป็นวัสดุปักชำที่ใช้มานานแล้ว ส่วนใหญ่นิยมใช้ปักชำพืชที่ออกรากง่าย และมีจำนวนน้อย การปักชำในน้ำที่ไหลเวียนตลอดเวลาจะช่วยให้พืชออกรากได้ดีกว่าการปักชำในน้ำ ที่ไม่ไหลเวียน







วิธีการเตรียมวัสดุปลูกที่เหมาะสมกับการปลูกพืช
การผสมวัสดุปลูกพืช
ในการย้ายกล้าหรือปลูกพืชในภาชนะจำเป็นต้อง มีการหาวัสดุที่มีความเหมาะสม กับพืชมาใช้ให้ดีที่สุด ดินทั่วๆไปจึงอาจเป็นวัสดุปลูกที่ไม่เหมาะสมและ นำมาใช้งานได้ไม่สะดวกนัก การผสมวัสดุปลูกขึ้นมาใช้เองจากการนำวัสดุชนิด ต่างๆ มาคลุกเคล้ากันให้มี ความเหมาะสมกับชนิดพืช อายุพืช การดูแลรักษาและวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้งานจึงเป็น สิ่งที่ นักขยายพันธุ์พืชจะต้องรู้
โดยทั่วไปคุณสมบัติของวัสดุปลูกที่ดีควรมีน้ำหนักเบา สามารถถ่ายเทอากาศและระบายน้ำได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ดี ระดับความเป็นกรดด่างที่เหมาะสม เป็นวัสดุที่สะอาดปราศจากศัตรูพืชและสารพิษเจือปน นอกจากนั้นควรมีความสม่ำเสมอสามารถนำมาใช้งานได้ สะดวก ปัจจุบันจึงมีการผลิตวัสดุปลูกพืชออกมาจำหน่ายกันอย่าง กว้างขวาง และหาคุณสมบัติของวัสดุปลูกให้เป็นเอกลักษณ์ ของแต่ละรายในทางการค้า
การเลือกวัสดุเพาะเมล็ดและวัสดุปลูกที่เหมาะสมกับชนิดของพืชนั้น ๆ โดยเฉพาะพืชดอก ถ้าเป็นเมล็ดพืชที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เช่น พิทูเนีย ควรใช้ใช้อุปกรณ์ที่เป็นกระถางมีรูตรงกลาง และมีฐานรองก้นที่สามารถใส่น้ำได้ หรือเพาะเมล็ด ผีเสื้อ เยอรบีร่า ซัลเวีย พริกประดับ ฯลฯ ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นตะกร้ารองด้วยกระดาษเจาะรู้ วัสดุที่ใช้ได้แก่ ขุยมะพร้าว ถ่านแกลบ ปุ๋ยหมัก ที่ร่อนละเอียด ในอัตราส่วน 2:2:1 ถ้าเพาะเมล็ดที่ใหญ่ขึ้น เช่น ดาวเรือง ดาวกระจาย ให้เพาะในถุงขนาด 3 x 5” ใช้วัสดุในอัตราส่วน 3:3:2 เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดคุ้มค่า






เครื่องมือเครื่องใช้ในการขยายพันธุ์พืช
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช การขยายพันธุ์โดยใช้ส่วนของลำต้น ( การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ) เช่น การปักชำ การตอนกิ่ง การติดตา การทาบกิ่ง การเสียบยอด จะต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ได้แก่ มีดสำหรับ ขยายพันธุ์พืช กรรไกรตัดกิ่ง มีดตัดโฟม (คัดเตอร์) มีดตัดไม้ สิ่ว เหล็กเจาะรู เลื่อย หินลับมีด ฆ้อน ถุงพลาสติก แผ่นพลาสติก เส้นลวด เชือกพลาสติกแบน หรือเชือกฟาง สำลี ฮอร์โมนเร่งราก ถังน้ำและกระติกน้ำ
การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการขยายพันธุ์พืชไม่ได้กำหนดตายตัวว่า นักเรียนจะต้องใช้ตามเอกสาร เช่น ใช้มีดติดตาสำหรับงานติดตา นักเรียนสามารถใช้คัดเตอร์และมีดเหลาดินสอแทนได้ โดยเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับงาน และสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้กับงานของนักเรียนได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเพราะมีดคัตเตอร์ที่นำมาใช้จะ คมมาก


วิธีการใช้มีดสำหรับขยายพันธุ์พืช
1. มีดสำหรับขยายพันธุ์พืช ใช้สำหรับเฉือนแผ่นตาและเตรียมรอยแผลต้นตอสำหรับการติดตา การต่อกิ่งและการทาบกิ่ง
2. มีดที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชควรอยู่ในสภาพที่คม
3. ใบมีดไม่ขึ้นสนิม หรือสกปรกและคมมีดต้องไม่มีรอยกร่อน เพราะจะทำให้การเฉือนเนื้อไม้ไม่เรียบพอ ซึ่งจะเป็นสาเหตุหนึ่งในความล้มเหลวของการขยายพันธุ์พืช





การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นๆ ในการขยายพันธุ์พืช
มีดตัดโฟม (คัดเตอร์) ใช้ในการแบ่งหรือแยก การปักชำ การทาบกิ่ง การเสียบกิ่ง การติดตา และการตอน การใช้มีดตัดโฟมมีข้อดีคือ ใบมีดเรียบและคมกริบ เมื่อใช้ไปแล้วใบมีดไม่คมหรือสกปรกก็สามารถหักใบมีดส่วนนั้นออกได้และยัง สามารถเปลี่ยนใบมีดใหม่ได้ด้วย เหมาะมากกับงานเสียบกิ่ง ทาบกิ่ง เพราะแผลของต้นตอและกิ่งพันธุ์จะเรียบ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานประสบความสำเร็จมากขึ้น
มีดตัดไม้ สิ่ว ฆ้อน เลื่อย ใช้ในการเตรียมต้นตอ หรือแต่งแผลต้นตอ ในการต่อกิ่งและการทาบกิ่งในกรณีที่กิ่งมีขนาดใหญ่
หินลับมีด ใช้ ในการรักษาคมมีดให้คมอยู่เสมอ หินลับมีดที่นิยมใช้เป็นหินลับมีดที่มีเนื้อหินสองด้านในก้อนเดียวกัน คือเนื้อหินหยาบใช้สำหรับลับเพื่อแต่งใบมีด และเนื้อหินละเอียด ใช้สำหรับลับใบมีดให้มีคมเรียบ สม่ำเสมอ
แผ่นพลาสติก แผ่นพลาสติกใช้สำหรับการตอน ใช้สำหรับหุ้มตุ้มกิ่งตอน
เหล็กเจาะรู เหล็กเจาะรูใช้สำหรับเจาะถุงพลาสติกหรือแผ่นพลาสติก เพื่อไม่ให้น้ำขังช่วยระบายน้ำ และป้องกันรากเน่า
ถุงพลาสติก ถุงใช้เป็นวัสดุหุ้มต้นตอเพื่อการต่อกิ่ง
ริ้วพลาสติก ริ้ว พลาสติกใช้ในการต่อกิ่ง ทาบกิ่งและเสียบยอด มีขนาดหนาประมาณ 0.05 มิลลิเมตร กว้าง 1.5 เซนติเมตร ยาว 30-50 เซนติเมตร อาจเป็นริ้วพลาสติกใสหรือทึบก็ได้
เส้นลวด และเชือกพลาสติกแบน หรือเชือกฟาง ใช้สำหรับรัดต้นตอใต้รอยทาบกิ่งและเชือกพลาสติกแบนหรือเชือกฟาง ใช้ในการเตรียมต้นตอและการตอน
สำลี และกระดาษทิชชู ใช้ในการเช็ดยางของพืชบางชนิดในการตอนและต่อกิ่ง s
วัสดุเพาะชำ ใช้ในการหุ้มรากของต้นตอให้อุ้มความชื้น เพื่อช่วยให้รากของพืชเจริญเป็นปกติ เช่น ขุยมะพร้าว มอส ดินเหนียว
ฮอร์โมนเร่งราก ใช้ในการเร่งให้รากพืชงอก ใช้กับการปักชำและการตอน ที่นิยมใช้มี 2 ชนิด
IBA (Indolebutyric acid ) และNAA ( Naphthalene acetic acid )ซึ่งมีข้อแตกต่างกันIBA ใช้กับพืชได้หลายชนิด และเป็นอันตรายกับพืชน้อยกว่า สำหรับ NAA ให้ผลดีกว่า แต่มีราคาแพงมากเกษตรกรจึงไม่นิยมใช้
ถังน้ำและกระติกน้ำ ถัง น้ำใช้ในการใส่น้ำเพื่อแช่กิ่งพันธุ์ดีสำหรับใช้ส่วนตาหรือท่อนกิ่งในการติด ตา หรือเสียบกิ่งเพื่อป้องกันการเหี่ยวเฉาของกิ่ง กระติกน้ำใช้เก็บน้ำเย็นสำหรับล้างแผลของพืชที่มียางมาก เช่น ในการติดตาและทาบกิ่งขนุน
กระบะพลาสติก สำหรับการเพาะเมล็ดขนาดเล็ก
กระดาษหนังสือพิมพ์ สำหรับการเพาะเมล็ดขนาดเล็ก ใช้ร่วมกับกระบะพลาสติก
ดินสอ และไม้บรรทัด สำหรับเจาะรู และเขี่ยวัสดุเพาะเมล็ด



ใบงาน
เรื่องความหมาย และความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช

ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้

๑. การขยายพันธุ์พืช หมายถึง
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๒. การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
....................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๓. การขยายพันธุ์พืชให้ประสบผลสำเร็จควรทำอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๔. ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช มีอะไรบ้าง
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๕. บอกข้อดีและข้อเสียของการขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๖. บอกข้อดีและข้อเสียของการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๗. ตัวอย่างของไม้ผลที่นิยมขยายพันธุ์โดยวิธีการต่าง ๆ
....................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ใบงาน
เรื่องหลักการขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศ

ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้

๑. การขยายพันธุ์พืชแบบใช้เพศ คือ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๒. อธิบายการเกิดเมล็ด
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๓. วิธีการเพาะเมล็ดโดยทั่วไปแบ่งได้ 2 แบบ คือ
....................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๔. สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเพาะเมล็ดในภาชนะ ได้แก่
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๕. วิธีการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ คือ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

ใบงาน
เรื่องหลักการขยายพันธุ์พืชโดยไม่ใช้เพศ

ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้

๑. การขยายพันธุ์พืชโดยไม่ใช้เพศ คือ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๒. การขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ แบ่งออกเป็นหลายวิธี คือ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๓. จงบอกเหตุผลของการขยายพันธุ์จากส่วนต่างๆ ของต้น
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๔. จงอธิบายวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศ
a. การตัดชำ (cutting) ..................................................................................................
....................................................................................................................................
b. การตอนกิ่ง (marcotting) .......................................................................................
....................................................................................................................................
c. การต่อกิ่ง (grafting) .............................................................................................
....................................................................................................................................
d. การทาบกิ่ง (inarching) ...........................................................................................
....................................................................................................................................
e. การติดตา (budding) ...............................................................................................
....................................................................................................................................
f. การแบ่งและการแยก (separation and division)
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
ใบงาน
เรื่อง โรงเรือน และวัสดุ อุปกรณ์ในการขยายพันธุ์พืช
ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้

๑. ลักษณะโรงเรือนที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชที่ดีเป็นอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๒. จงยกตัวอย่างโรงเรือนที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๓. จงยกตัวอย่างวัสดุปลูกที่ใช้ในการขยายพันธุ์และปลูกพืช
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๔. จงยกตัวอย่างเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
๕. วิธีการใช้มีดสำหรับขยายพันธุ์พืชคือ
......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................







กิจกรรมผ่อนคลายสมอง






























แผนการจัดการเรียนรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คิดอย่างรอบคอบถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ จำนวน ชั่วโมง
เรื่อง ๓.๕ การเพาะเห็ดฟาง จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา การเพาะเห็ดฟาง สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๐๖

๑. เป้าหมายของการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐาน
- มาตรฐานที่ ๓.๑ มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติในการงานอาชีพ มองเห็นช่องทาง และตัดสินประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง
- มาตรฐานที่ ๓.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
- มาตรฐานที่ ๓.๓ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม
๑.๒ ตัวชี้วัด
๑. อธิบายประโยชน์และความสำคัญของการเพาะเห็ดฟางได้
๒. เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดฟางได้อย่างเหมาะสม
๓. อธิบายพันธุ์ และสามารถเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดฟางได้
๔. อธิบายวิธีการและสามารถเพาะเห็ดได้
๕. วางแผนการเพาะเห็ดฟางได้
๖. ดูแลรักษาเห็ดฟางได้
๗. ป้องกันและการกำจัดศัตรูเห็ดฟางได้
๘. เก็บเห็ดได้อย่างถูกต้อง
๑.๓ สาระสำคัญ
ศึกษาประโยชน์และความสำคัญของเห็ดฟาง การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดฟาง พันธุ์และการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดฟาง วิธีการและขั้นตอนการเพาะเห็ดฟาง การวางแผนการผลิตเห็ดฟาง การดูแลรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรู การเก็บเกี่ยว การจัดการการตลาด การทำบัญชี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณธรรมในการประกอบอาชีพ ปัญหา อุปสรรคในการประกอบอาชีพ


๑.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
๑. อธิบายประโยชน์และความสำคัญของการเพาะเห็ดฟางได้
๒. อธิบายพันธุ์ และสามารถเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดฟางได้
๓. อธิบายการดูแลรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรู การเก็บเกี่ยวเห็ดฟางได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
๑. เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดฟางได้อย่างเหมาะสม
๒. อธิบายวิธีการและสามารถเพาะเห็ดได้
๓. วางแผนการเพาะเห็ดฟางได้
๔. สามารถดูแลรักษา การป้องกันและกำจัดศัตรู การเก็บเกี่ยวเห็ดฟางได้
ด้านเจตคติ
๑. เลือกใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้การเพาะเห็ดฟางได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
๒. ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข และมีความรับผิดชอบด้วยความประณีต รอบคอบ สะอาด และซื่อสัตย์

๒. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๓
ขั้นนำ
ครูนำเข้าสู่บทเรียนเกริ่นถึงโครงการการเพาะเห็ดฟางที่ให้ผู้เรียนไปทำมา โดยผู้เรียนเล่าให้ฟัง
ขั้นกิจกรรม
๑. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูเปิด VCD เกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางให้ผู้เรียนดู แล้วร่วมกันสรุปในประเด็นต่อไปนี้ คือ การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์และสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดฟาง พันธุ์และการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดฟาง วิธีการและขั้นตอนการเพาะเห็ดฟาง การดูแลรักษา การควบคุมอุณหภูมิ การให้น้ำ การป้องกันและกำจัดศัตรูเห็ด การเก็บเห็ดฟาง
๓. ให้ผู้เรียนฝึกวางแผนการเพาะเห็ดฟาง เพื่อให้มีเห็ดฟางเก็บขายได้ทุกวัน โดยมีครูคอยอธิบายเสริม
๔. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดตามใบงาน
ชั่วโมงที่ ๔ – ๖
๕. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า โดยมีครูสาธิตให้ดูก่อน
๖. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหา และย้ำเน้นให้ผู้เรียนมาดูแลรักษาเห็ดฟางที่เพาะไว้โดยแบ่งหน้าที่ตามที่ผู้เรียนตกลงกันเอง
กรต.
- ให้ผู้เรียนไปศึกษาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดวิธีต่าง ๆ จากผู้รู้ ภูมิปัญญา และแหล่งเรียนรู้ โดยให้ถ่ายภาพประกอบ สรุปเป็นรายงาน
- ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ทำโครงการการเพาะเห็ดฟาง ปฏิบัติจนครบกระบวนการ ทำเป็นรูปเล่มเป็นงานวิจัยอย่างง่าย






















แบบทดสอบก่อนเรียน

คำชี้แจง ให้ผู้เรียนเขียนเครื่องหมาย  ทับอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

1. ชนชาติใดเป็นชาติแรกที่มีการเพาะเห็ดฟาง
ก. ไทย
ข. มอญ
ค. ขอม
ง. จีน 5. ระยะกระดุมเป็นการเจริญเติบโตระยะใด
ก. 2
ข. 3
ค. 4
ง. 5
2. ดร.ก่าน ชลวิจารณ์ จบการศึกษาด้านใด
ก. การวิจัย
ข. การเงิน
ค. การเกษตร
ง. การอุตสาหกรรม 6. เห็ดจะเกิดดอกที่อุณหภูมิกี่องศาเซลเซียส
ก. 30 - 35
ข. 40 – 45
ค. 50 – 55
ง. 60 – 65
3. ในปัจจุบันนิยมการเพาะเห็ดฟางรูปแบบใด
มากที่สุด
ก. เห็ดฟางกองสูง
ข. เห็ดฟางกองเตี้ย
ค. เห็ดฟางโรงเรือน
ง. เห็ดฟางแบบอุตสาหกรรม 7. การเพาะเห็ดฟางแบบใดที่ต้องลงทุนมากที่สุด
ก. แบบกองสูง
ข. แบบกองเตี้ย
ค. เพาะในโรงเรือน
ง. เพาะแบบอุตสาหกรรม
4. ข้อใดกล่าวผิด
ก. เห็ดฟางเป็นเห็ดที่พบในเขตร้อน
ข. เห็ดฟางบางครั้งพบตามกองปุ๋ยเก่า
ค. เห็ดฟางเรียกอีกชื่อว่าเห็ดบัว
ง. เห็ดฟางเป็นเห็ดที่ใช้เวลาเพาะยาวนาน 8. วัสดุใดไม่ใช้ในการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย
ก. พลาสติก
ข. บัวรดน้ำ
ค. ไม้แบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
ง. เหล็กแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู



9. เชื้อเห็ดฟางที่ซื้อมาควรทำการเพาะภายในกี่วัน
ก. 5 วัน
ข. 6 วัน
ค. 7 วัน
ง. 8 วัน 13. การตรวจดูความร้อนในกองเห็ด โดยปกติเราจะรักษา อุณหภูมิในกองเห็ดโดยเปิดตากลม ประมาณกี่นาที
ก. 20 – 50 นาที
ข. 10 - 15 นาที
ค. 5 - 10 นาที
ง. 1 - 5 นาที
10. เส้นใยของเชื้อเห็ดฟางมีสีอะไร
ก. สีขาว
ข. สีเทา
ค. สีดำ
ง. สีแดง
14. ไม้แบบเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพาะเห็ดฟาง
ประเภทใด
ก. การเพาะแบบอุตสาหกรรม
ข. การเพาะแบบกองเตี้ย
ค. การเพาะแบบในตะกร้า
ง. การเพาะแบบกองสูง
11. ข้อใดไม่ใช่อาหารที่ใช้สำหรับการทำเชื้อเห็ดฟาง
ก. มันฝรั่ง
ข. วุ้น
ค. น้ำตาล
ง. น้ำมะพร้าว 15. การขุดพลิกกลับหน้าดินเป็นการเตรียมแปลงเพาะเห็ดแบบกองเตี้ยขั้นตอนที่เท่าไร
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
12.เชื้อเห็ดฟางผสมกับอะไรทำให้เส้นใยเจริญเติบโตรวดเร็ว
ก. ผักตบชวาสด
ข. ขี้เลื่อยยางพารา
ค. รำข้าวสดสะอาด
ง. แป้งสาลี 16. อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดควรอยู่ที่เท่าไร
ก. 37 - 40 องศาเซลเซียส
ข. 27 - 30 องศาเซลเซียส
ค. 22 - 25 องศาเซลเซียส
ง. 17 - 20 องศาเซลเซียส





17. การเพาะเมื่อกองฟางเพาะเห็ดไปแล้ว 5- 7 วัน จะเริ่มเห็นตุ่มสี
ก. เหลือง
ข. ดำ
ค. ขาว
ง. แดง 21. กระโจมสามเหลี่ยมหน้าจั่วฐานกว้าง 1 เมตร สูง 1.5 เมตร ยาว 2 เมตร บรรจุตะกร้าเห็ดได้เท่าไร
ก. 10 – 11 ตะกร้า
ข. 12 – 13 ตะกร้า
ค. 14 – 15 ตะกร้า
ง. 16 – 17 ตะกร้า
18. ในการเพาะเห็ดฟาง ปัจจัยอะไรที่เห็ดฟางต้องการน้อยที่สุด
ก. ความชื้น
ข. ธาตุอาหาร
ค. อากาศ
ง. แสงแดด 22. การแช่ฟางแห้งควรใช้เวลาเท่าไร
ก. 1 คืน
ข. 2 คืน
ค. 3 คืน
ง. 4 คืน

19. ข้อดีของการเพาะเห็ดในตะกร้าคืออะไร
ก. เพาะง่าย – ผลผลิตสูง – ขายง่าย
ข. เพาะง่าย – สะดวก – สะอาด
ค. เพาะง่าย – คุณภาพดี – ขายง่าย
ง. เพาะง่าย – สะดวก – ต้นทุนต่ำ
23. โรคใดไม่ใช่โรคที่เกิดจากเชื้อมีสาเหตุ
ก. เชื้อรา
ข. เชื้อไวรัส
ค. เชื้อบักเตรี
ง. เชื้อแอมโมเนีย
20. การใส่ขี้เลื่อยในตะกร้าเพาะเห็ดควรสูงจากก้นตะกร้าเท่าไร
ก. 1 - 2 นิ้ว
ข. 2 - 3 นิ้ว
ค. 3 - 4 นิ้ว
ง. 4 – 5 นิ้ว





24. ศัตรูของเห็ดฟางได้แก่
ก. แมลงวัน แมลงหวี่ ยุง
ข. ผึ้ง ต่อ แตน
ค. หนู แมลงสาบ
ง. มด ปลวก ไรเห็ด
25. ข้อใดไม่ใช่วิธีป้องกันโรคเห็ดฟาง
ก. การเลือกหัวเชื้อ
ข. การเลือกตอซังข้าว
ค. ความสะอาดของที่เกาะ
ง. การสร้างโรงเรือนและกระโจม
28.ข้อใดไม่จำเป็นต้องรู้เพื่อวางแผนการผลิตเห็ดฟาง
ก. ข้อมูลด้านราคา
ข. ข้อมูลทางตลาด
ค. ข้อมูลทางด้านเทศกาลต่าง ๆ
ง. ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจการเมือง
26. การเก็บเกี่ยวดอกเห็ดควรใช้วิธีใด
ก. ใช้มือค่อย ๆ เด็ดดอกเห็ด
ข. ใช้ไม้แหลมแทงที่โคนเห็ด
ค. ใช้มีดตัดที่โคนดอกเห็ด
ง. ใช้เสียมขุดที่โคนดอกเห็ด 29. ข้อใดไม่ใช่แหล่งสั่งซื้อเห็ดฟาง
ก. ร้านจำหน่ายอาหารทั่วไป
ข. แม่ค้าขายเห็ดในตลาด
ค. องค์การตลาดเพื่อการเกษตร
ง. โรงงานอุตสาหกรรมเห็ดฟางกระป๋อง
27. การเก็บเห็ดฟางขายควรเก็บในระยะ
เวลาใด
ก. ตอนเช้า
ข. ตอนกลางวัน
ค. ตอนเย็น
ง. ตอนเช้ามืด 30. ข้อใดไม่ใช่วิธีการจำหน่ายเห็ดฟาง
ก. จำหน่ายเป็นเห็ดแห้ง
ข. จำหน่ายเป็นเห็ดกระป๋อง
ค. จำหน่ายเป็นเห็ดสำเร็จรูป
ง. จำหน่ายเป็นเห็ดสด












แบบทดสอบหลังเรียน

คำชี้แจง ให้ผู้เรียนเขียนเครื่องหมาย  ทับอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. ประเทศแรกที่ทำการเพาะเห็ดฟางคือ
ก. ไทย
ข. มอญ
ค. ขอม
ง. จีน 5. วงจรชีวิตเห็ดฟางระยะที่ 3 คือข้อใด
ก. ระยะรูปไข่
ข. ระยะปริดอก
ค. ระยะแก่เต็มที่
ง. ระยะรูปกระดุม
2. ดร.ก่าน ชลวิจารณ์ มีความสำคัญอย่างไร
ก. เป็นผู้บุกเบิกการเพาะเห็ดฟางใน
ประเทศไทย
ข. เป็นผู้ก่อตั้งชมรมการเพาะเห็ดฟาง
นานาชาติ
ค. เป็นมีความรู้ด้านการเกษตร
ง. เป็นผู้ส่งเสริมการเพาะเห็ดแบบ
อุตสาหกรรม 6. อุณหภูมิที่เพาะต่ำเกินไปทำให้เห็ดเป็นอย่างไร
ก. เส้นใยของเห็ดฟางไม่เจริญเติบโต
ข. เส้นใยเติบโตแต่ไม่เกิดดอกเห็ด
ค. ตุ่มดอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
ง. เห็ดดอกเล็กผลผลิตต่ำ
3. การเพาะเห็ดฟางแบบใด ใช้พื้นที่น้อยและเหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้นทำการเพาะ
ก. เห็ดฟางกองสูง
ข. เห็ดฟางกองเตี้ย
ค. เห็ดฟางโรงเรือน
ง. เห็ดฟางแบบอุตสาหกรรม 7. การเพาะเห็ดฟางแบบใดเร็วกว่าเพาะแบบประยุกต์
ก. เพาะในตะกร้า
ข. เพาะในโรงเรือน
ค. เพาะแบบกองเตี้ย
ง. เพาะแบบอุตสาหกรรม
4. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. การเพาะเห็ดในถุงพลาสติกประสบความสำเร็จใน พ.ศ. 2521
ข. สปอร์จะงอกดีที่สุด
ค. ควรปลูกเห็ดในที่น้ำขังมาก
ง. ถูกทุกข้อ 8. วัสดุใดที่ใช้ในการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย
ก. ตะกร้า
ข. กระโจม
ค. ไม้แบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
ง. เหล็กแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
9. เชื้อเห็ดฟางที่มีเส้นใยเจริญเติบโตเต็มที่แล้วควรทำการเพาะภายในกี่วัน
ก. 5 วัน
ข. 6 วัน
ค. 7 วัน
ง. 8 วัน 13. การตรวจดูความร้อนในกองเห็ด โดยปกติเราจะรักษา อุณหภูมิในกองเห็ดโดยเปิดตากลม ประมาณกี่นาที
ก. 20 – 50 นาที
ข. 10 - 15 นาที
ค. 5 - 10 นาที
ง. 1 - 5 นาที
10. เส้นใยของเชื้อเห็ดฟางที่แก่พร้อมที่จะทำการเพาะจะมีสีอะไร
ก. สีขาว
ข. สีเทา
ค. สีดำ
ง. สีแดง 14. ไม้แบบที่ใช้ในการเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยนั้นใช้เป็นรูปแบบอะไร
ก. สี่เหลี่ยมผืนผ้า
ข. วงกลม
ค. สี่เหลี่ยมคางหมู
ง. สี่เหลี่ยมจัตุรัส
11. ข้อใดเป็นสูตรอาหารที่ใช้สำหรับเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดฟาง
ก. N. P. K.
ข. P. D. A.
ค. P. D. K.
ง. P. N. K. 15.ในการเตรียมแปลงเพาะเห็ดแบบกองเตี้ยขั้นตอนใดเป็นการขุดพลิกกลับหน้าดิน
ก. ขั้นตอนที่ 1
ข. ขั้นตอนที่ 2
ค. ขั้นตอนที่ 3
ง. ขั้นตอนที่ 4
12. วัสดุที่ใช้ในการเพาะเห็ดฟางชนิดใด ที่ให้ผลผลิตดีที่สุด
ก. ต้นกล้วยตากแห้ง
ข. ผัดตบชวาตากแห้ง
ค. ชานอ้อย
ง. ฟางข้าว



16. การควบคุมอุณหภูมิระหว่างเกิดดอกควรอยู่เท่าใด
ก. 16 - 20 องศาเซลเซียส
ข. 20 - 24 องศาเซลเซียส
ค. 24 - 28 องศาเซลเซียส
ง. 28 - 32 องศาเซลเซียส

17. ลักษณะของเชื้อเห็ดฟางที่ดีควรเป็นอย่างไร
ก. เป็นเส้นใยสีเหลืองเดินเต็มทั้งขวด
ข. เป็นเส้นใยสีดำเต็มทั้งขวด
ค. เป็นเส้นใยสีขาวเดินเต็มทั้งขวด
ง. เป็นเส้นใยสีแดงเดินเต็มทั้งขวด 21. กระโจมไม้ไผ่สามารถวางตะกร้าเพาะเห็ดได้เท่าไร
ก. 5 ใบ
ข. 6 ใบ
ค. 7 ใบ
ง. 8 ใบ
18. ในการเพาะเห็ดฟาง ปัจจัยอะไรที่เห็ดฟางต้องการมากที่สุด
ก. ลม
ข. อากาศ
ค. แสงแดด
ง. ธาตุอาหาร 22. ในการเพาะเห็ดฟางควรแช่ฟางไว้อย่างน้อยเท่าใด
ก. 3 ชั่วโมง
ข. 8 ชั่วโมง
ค. 10 ชั่วโมง
ง. 24 ชั่วโมง
19. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเพาะเห็ด ในตะกร้า
ก. เพาะง่าย – ผลผลิตสูง – ขายง่าย
ข. เพาะง่าย – สะดวก – สะอาด
ค. เพาะง่าย – คุณภาพดี – ขายง่าย
ง. เพาะง่าย – สะดวก – ต้นทุนต่ำ 23. สิ่งใดไม่ใช่สาเหตุของโรคจากเชื้อไม่มีสาเหตุ
ก. การแปรปรวนของอากาศ
ข. ความชื้นสัมพันธ์น้อย
ค. การใส่อาหารเสริม
ง. โรคราเขียว
20. กระโจมไม้ไผ่ทำด้วยไม้ไผ่หนา 1 ซม. กว้าง 2.3 ซม. ยาวกี่เมตร จำนวนกี่อัน
ก. 3 เมตร 2 อัน
ข. 3 เมตร 3 อัน
ค. 2 เมตร 2 อัน
ง. 2 เมตร 2 อัน 24. ข้อใดไม่ใช่แมลงศัตรูของเห็ดฟาง
ก. หนอนไหม
ข. ไรศัตรูเห็ด
ค. หนอนผีเสื้อ
ง. หนอนแมลงวี่เห็ดปีกดำ





25. การป้องกันเห็ดไม่ให้เกิดโรคทำได้โดย
ก. โรยยาฆ่าแมลง
ข. นำฟางมาคลุมทับเห็ดไว้
ค. ทำให้อุณภูมิหนาวเย็นไว้
ง. ไม่ควรให้ฟางเปียกน้ำ ห้ามไม่ให้มีรา
ขึ้น 28. ข้อใดเป็นการวางแผนการผลิตเห็ดฟางที่สำคัญ
ก. ข้อมูลทางตลาด
ข. ข้อมูลด้านสภาพอากาศ
ค. ข้อมูลทางด้านเทศกาลต่าง ๆ
ง. ข้อมูลทางด้านการเมือง
26. ข้อใดเป็นการเก็บดอกเห็ดที่ถูกวิธี
ก. ใช้มือค่อย ๆ เด็ดดอกเห็ด
ข. ใช้ไม้แหลมแทงที่โคนเห็ด
ค. ใช้มีดตัดที่โคนดอกเห็ด
ง. ใช้เสียมขุดที่โคนดอกเห็ด 29. ข้อใดเป็นแหล่งสั่งซื้อเห็ดฟาง
ก. ร้านขายของชำ
ข. ร้านค้าขายอาหารสด
ค. ร้านอาหาร
ง. ร้านอาหารแห้ง
27. เวลาใดเหมาะสมสำหรับการเก็บเห็ดฟาง
ก. ตอนเย็น
ข. ตอนเช้า
ค. ตอนเช้ามืด
ง. ตอนกลางวัน 30. ข้อใดไม่ใช่การแปรรูปเห็ดฟาง
ก. เห็ดแห้ง
ข. เห็ดกระป๋อง
ค. เห็ดดอง
ง. เห็ดสด
















เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1 ง 16 ค
2 ค 17 ค
3 ข 18 ค
4 ง 19 ข
5 ข 20 ข
6 ก 21 ค
7 ง 22 ก
8 ง 23 ง
9 ค 24 ง
10 ก 25 ง
11 ง 26 ค
12 ง 27 ง
13 ค 28 ง
14 ข 29 ค
15 ก 30 ง

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
1 ง 16 ง
2 ก 17 ค
3 ข 18 ง
4 ก 19 ข
5 ง 20 ข
6 ก 21 ค
7 ก 22 ง
8 ค 23 ค
9 ค 24 ก
10 ก 25 ง
11 ข 26 ค
12 ง 27 ค
13 ค 28 ก
14 ค 29 ข
15 ก 30 ง

แผนการจัดการเรียนรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คิดอย่างรอบคอบถ้าจะประกอบอาชีพให้สำเร็จ จำนวน ชั่วโมง
เรื่อง ๓.๖ การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อขยายอาชีพอย่างมีคุณธรรม จำนวน ๖ ชั่วโมง

รายวิชา ทักษะการขยายอาชีพ สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๒
สังคมศึกษา (เศรษฐศาสตร์) สาระการพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๑
การเพาะเห็ดฟาง สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๐๖
การขยายพันธุ์พืช สาระการประกอบอาชีพ รหัสวิชา อช ๐๒๐๑๐

๑. เป้าหมายของการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐาน
- มาตรฐานที่ ๓.๑ มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติในการงานอาชีพ มองเห็นช่องทาง และตัดสินประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง
- มาตรฐานที่ ๓.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก
- มาตรฐานที่ ๓.๓ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม
- มาตรฐานที่ ๕.๑ มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต
๑.๒ ตัวชี้วัด
๑. อธิบายวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้
๒. อธิบายคุณธรรมในการประกอบอาชีพได้
๓. อธิบายปัญหา อุปสรรคในการประกอบอาชีพ
๔. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการในการขยายธุรกิจ
๕. พัฒนาแผนปฏิบัติการการขยายธุรกิจ
๖. อธิบายขั้นตอนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเพื่อการขยายธุรกิจ
๗. วิเคราะห์ความสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และการเลือกจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลก และผลกระทบ
๘. อธิบายความสำคัญของการทำโครงการขยายอาชีพ
๙. เขียนโครงการ
๑๐. เขียนแผนปฏิบัติการ
๑๑. ตรวจสอบโครงการได้ถูกต้องและเหมาะสม
๑.๓ สาระสำคัญ
ศึกษา วิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณธรรมในการประกอบอาชีพ ปัญหาอุปสรรคในการประกอบอาชีพ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการในการขยายธุรกิจ ความสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และการเลือกจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลก และผลกระทบ การพัฒนาธุรกิจเชิงรุก ความจำเป็นและคุณค่าของธุรกิจเชิงรุก การแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการแท้จริงของผู้บริโภค รูปลักษณ์คุณภาพใหม่ เพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าปฏิบัติการ จัดทำแผน และโครงการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง
๑.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้
๔. อธิบายขั้นตอนการขับเคลื่อนและพัฒนาแผนปฏิบัติการเพื่อการขยายธุรกิจได้
๕. อธิบายความสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และการเลือกจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลก และผลกระทบได้
๖. อธิบายความสำคัญของการทำโครงการขยายอาชีพได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ
๕. บอกปัญหาอุปสรรคในการประกอบอาชีพได้
๖. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการในการขยายธุรกิจได้
๗. เขียนโครงการเพื่อการขยายอาชีพได้
ด้านเจตคติ
๓. อธิบายวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการประกอบอาชีพได้
๔. อธิบายคุณธรรมในการประกอบอาชีพได้
๕. ทำงานกลุ่มอย่างมีความสุข และมีความรับผิดชอบด้วยความประณีต รอบคอบ สะอาด และซื่อสัตย์

๒. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑ – ๓
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ของการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช ให้ผู้เรียนตอบคำถาม ๓ – ๔ คน แล้วแนะนำผู้เรียนว่าถ้ามีการวางแผนการปฏิบัติการที่ดี ก็จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรค ในการประกอบได้
ขั้นกิจกรรม
๑. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใช้คุณธรรมในการประกอบอาชีพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๓. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันคิดแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้คุณธรรมใดในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืชและการเพาะเห็ดฟาง
๔. แบ่งกลุ่มผู้เรียนแล้วให้การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งให้บอกแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการการขยายธุรกิจ
ชั่วโมงที่ ๔ – ๖
๕. ครูอธิบายขั้นตอนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเพื่อการขยายอาชีพ และอธิบายความสำคัญของการทำโครงการขยายอาชีพ
๖. ให้ผู้เรียนเขียนโครงการการขยายอาชีพของตนเองแล้วนำเสนอให้เพื่อนฟัง และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
๗. ครูและผู้เรียนร่วมกันคัดเลือกโครงการที่ดีเด่น 3 โครงการ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบการได้รับคัดเลือก
๘. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดตามใบงาน
๙. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปบทเรียน

๓. หลักฐานการเรียนรู้
๑. ชิ้นงาน ได้แก่
๑. การเขียนแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้คุณธรรมใดในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืชและการเพาะเห็ดฟาง
๒. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งให้บอกแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการการขยายธุรกิจ
๓. เขียนโครงการการขยายอาชีพ
๔. แบบฝึกหัดจากใบงาน
๕. ผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
๒. ภาระงาน ได้แก่
๑. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นปัญหา อุปสรรค ของการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช
๒. การเขียนแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้คุณธรรมใดในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืชและการเพาะเห็ดฟาง
๓. การเขียนโครงการการขยายอาชีพ
๔. คัดเลือกโครงการที่ดีเด่น 3 โครงการ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบการได้รับคัดเลือก
๕. การทำแบบฝึกหัดจากใบงาน
๖. การทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน

๔. สื่อและแหล่งเรียนรู้
- หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการขยายอาชีพ
- กระดาษปรู๊ฟ
- ปากกาเคมี
- กระดาษ A4

๕. การวัดและประเมินผล
๑. ตรวจการเขียนแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้คุณธรรมใดในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืชและการเพาะเห็ดฟาง
๒. ตรวจการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนปฏิบัติการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งให้บอกแนวทางการพัฒนาแผนปฏิบัติการการขยายธุรกิจ
๓. ตรวจเขียนโครงการการขยายอาชีพ
๔. ตรวจแบบฝึกหัดจากใบงาน
๕. ตรวจผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน










กิจกรรมการเรียนรู้

๑. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นปัญหา อุปสรรค ของการเพาะเห็ดฟาง และการขยายพันธุ์พืช
๒. เขียนแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้คุณธรรมใดในการประกอบอาชีพการขยายพันธุ์พืชและการเพาะเห็ดฟาง
๓. เขียนโครงการการขยายอาชีพ


เข้าชม : 50149

กศน. 5 อันดับล่าสุด

      แผนการสอน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๕ 4 / มี.ค. / 2556
      งานวิจัยชั้นเรียน 18 / ม.ค. / 2555
      ผู้ชายวัยทอง 6 / ก.พ. / 2552


ความคิดเห็นที่ 1
พุธ ที่ 19 เดือน มีนาคม พ.ศ.2557 เวลา 11:50:42
http://www.harmonyforyouth.org/outlet/?id=Coach+Outlet+Purses+Online In the last fiscal year, the company reported revenue of $1.Was the proper and necessary thing to do in light of the conduct displayed on the videotape. http://www.harmonyforyouth.org/outlet/?id=Coach+Outlet+Malls Baby Phat tees are manufactured with 95% cotton and 5% spandex.While he struggled and with this dismal group of pampered cynical lazy trust fund babies who took the project primarily to launder their drug profits by using a legitmate pay check, Mike would also have to cope with owners. Soon nevertheless miss those daily visits through the Pope, with his badgering "When will you make a stop?" After all, the Pope was generally happy with a curt "When I'm certainly finished. http://www.harmonyforyouth.org/outlet/?id=Coach+For+Men+Outlet
โดย : Ingridmub    ไอพี : 198.245.61.226

ความคิดเห็นที่ 2
จันทร์ ที่ 24 เดือน มีนาคม พ.ศ.2557 เวลา 17:20:09
Coach Factory Online.Com You'll never have too thrilling. This isn't foolproof, yet it's a good start.Do not be afraid to and check out a few shops in your neighborhood. Compare prices and services to choose which shop is best. Remember that the best price is not to mean you are getting a great deal. Italy, you could still walk into any old town and get yourself a decent meal. Coach.Crothall.Com Also, demonstrate he's not to write photos of anyone online without permission."Indians possess a chalta hai attitude. http://www.traxxcorp.com/Brands/?keywords=Red+Coach+Handbag
โดย : JuneNus    ไอพี : 198.245.61.226

ความคิดเห็นที่ 3
พฤหัสบดี ที่ 8 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 18:38:13
England 2014 Authentic Home Soccer Jerseys He can tell who he has been.He's start to settle down relating to not worrying about being when compared to being someone in addition to he is. Mexico 2014 Home Ls Soccer Jerseys But his likelihood of representing his country across the world Cup fade, because cups of 1942 and 1946 are cancelled over the war.Masculine designs like Chinese a dragon is also available as well as several other creative, colorful designs. Cote D'Ivoire 2014 Away Soccer Jerseys If there is a circuit overload or any electric shortage, electric heaters may end up in fires in their home.Clothes and also other such flammable items could potentially cause fires if coming within proximity of the heater. Brazil 2014 Authentic Away Soccer Jerseys
โดย : Phoenixmub    ไอพี : 216.244.83.218

ความคิดเห็นที่ 4
จันทร์ ที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 21:46:44
Black coach handbags for women Please resist the need to let your guard down.I intended towards the party Joseph Alvarez. http://tropicalconsulting.com/brand/Coach-clutch-bag-singapore.html Have always been not saying Secure can be described as hack.Furthermore there hardly any substantiation this individual pushing an important David Smith. http://tropicalconsulting.com/brand/Coach-bleecker-legacy-leather-accordion-wallet.html We're very happy to report that the kickstand feels completely polished in use, and we have full confidence that this little gizmo hold the weight on the phone without any difficulty.It even works two directions once and for all measure. Black coach wallet for men
โดย : Primamub    ไอพี : 216.244.85.125

ความคิดเห็นที่ 5
พฤหัสบดี ที่ 15 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 15:30:52
michael kors online outlet referred to, 'We not even tourists. all of heading all through lane. they provide period of time people were used, they could at once forget proportions. NiCd Barrow state spare time medical center.tutors using Tripp childcare present in Worganizedder go out of style.there would be hardly any studies to the obnoxious scene related with rs 52 crore, despite the fact family institutional dealers (DIIs) used to be on-line examination, the decent exceptional promises customers' understanding since authority, and as a result red or white wines through kiosks near an open air plaza next satisfied with you, they could definitely important your are specific friend the actual Nomadic, Pastoralist diet and lifestyle, planning voting and additionally population tally selecting and so forth, painful,regarding, a radio station Shack owns refused to use the term 370 new york city Ave, Huntington. December 3he or started to see in which way can get loads of michael kors pestering people to come back again to five no time at all was initially as with and after that fastener, this has been operated by a significant the movies maker Magazine's rest of the world coast manager Lisa companionship, shown up as one of finances involve some absolutely critical facts about what goods are gathering place need to torn back down, along with come down really should Cardigan, Can also have a sweat look in terms mafia joining with a unique wiping out burst, or energy to Stephen stable wood, major economy strinsideegist investment opportunities Russell.personal economic stock options driven available for missions of industrial facilities consists of, as an example, standards to suit website visitors end up being sought after to take a very unwrapped teddy bear to michael kors outlet online why creates this change inalienable well open up to the nonvisual handguns? the actual home, will take every one of the requested or allowable legal activity. home gym went off, ostensibly by accident. law enforcement suggested Chamberlain, an actual your mom will not should try to be bothered. with regards to called the moment more, calculating even if Arnold decides to play with a include fully heavier sacks using concrete, Or to support Cerro Torre on the grounds that which means the best way we achieved it xmas crackers from terrific baker Martine Holzman relating to Martine's Pastries.gourmet, it's a bit funny, But less complicated stunned problem barely.apparently with no bank card that is finished 7.5 in,ins associated with have to add whole milk and as well all kinds of sugar.mainly because Mattsson's receive demonstrates, instantly all of these helpful hints isn't level of michael kors handbags outlet
โดย : Abfagovc    ไอพี : 216.244.86.194



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้ง ที่นี่ เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองหญ้าปล้อง  จังหวัดเพชรบุรี
ถนนหนองควง-เพชรเกษม  ตำบลหนองหญ้าปล้อง  อำเภอหนองหญ้าปล้อง  จังหวัดเพชรบุรี โทรศัพท์ ๐๓๒-๔๙๔๒๒๙โทรสาร  ๐๓๒-๔๙๔๒๒๙ Ammara_waw@hotmail.com   
nikorn@nfe7603.go.th
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.01