[x] ปิดหน้าต่างนี้
 

 

  

การศึกษานอกระบบ
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

พฤหัสบดี ที่ 17 เดือน มกราคม พ.ศ.2556

แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ชุมชนน่าอยู่อย่างพอเพียง จำนวน ๑๙๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๑.๑ คนดีของเรา จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง สาระทักษะการดำเนินชีวิต รหัสวิชา ทช ๓๑๐๐๑
ศาสนา และหน้าที่พลเมือง สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม สาระความรู้พื้นฐาน รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๓

ตัวชี้วัด
๑. มีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา
๒. อธิบายความเป็นมา ความหมายและหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้
๓. รู้เข้าใจและวิเคราะห์แนวคิด หลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๔. เห็นความสำคัญในการอยู่ร่วมกับศาสนาอื่นอย่างสันติสุข
๕. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้
๖. สืบค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet ได้
๗. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ได้

เนื้อหา
๑. หลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗
๒. ความเป็นมา ความหมาย หลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการความรู้
๔. บทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงจากหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือ Website
๕. คำศัพท์ วลี สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง
๖. การปฏิบัติตนให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
๗. กานำเสนอการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน รูปแบบต่าง ๆ
๘. การเล่มเกม Cross word


การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูทักทายสวัสดีกับผู้เรียน และชวนคุยว่า มีใครได้ดูข่าวเกี่ยวกับ ………… (ระบุข่าวที่เป็นปัญหาของสังคมในปัจจุบัน เช่น การทำแท้ง, เด็กตีกัน, โจรปล้นทอง ฯลฯ)……….หรือไม่ ลองเล่าให้เพื่อนฟัง ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเล่าข่าว ๑ คน แล้วถามผู้เรียนว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น ๒-๓ คน จากนั้นครูสรุปให้เห็นว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่ทำให้การอยู่ร่วมกันไม่เป็นสุข ซึ่งเป็นเรื่องของคนไม่ดี ดังนั้นวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง “คนดีของเรา” เพื่อให้สังคมเป็นสุข (เวลา ๑๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้ผู้เรียนเล่นเกม “รวมเงิน” เพื่อแบ่งกลุ่มจำนวน ๔ กลุ่ม ๆ ละ ๕ คน แล้วให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น “คนดีในความคิดของผู้เรียนมีลักษณะอย่างไร” แล้วเขียนสรุปความคิดเห็นของกลุ่ม ลงในกระดาษ A๔ จากนั้นครูสุ่มถาม ตัวแทนผู้เรียนของแต่ละกลุ่มว่า คนดีในความคิดของแต่ละกลุ่มมีลักษณะอย่างไร พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าคนดีมีหลายลักษณะ แล้วให้ผู้เรียนคิดว่าคนดีที่พอเพียง ควรเป็นอย่างไร (เวลา ๒๐ นาที)
๒. ครูแจกใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมทั้งบัตรคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และอธิบายความเป็นมา ความหมาย หลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นครูสุ่มถามผู้เรียน จำนวน ๒-๓ คน เพื่อตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจ (เวลา ๒๐ นาที)
๓. ครูเขียนหัวข้อ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ลงในกระดาษปรู๊ฟ แล้วให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำลักษณะคนดีตามกิจกรรมในข้อ ๑ เขียนลงในกระดาษปรู๊ฟตามตัวอย่างที่กำหนดไว้ ครูคอยสังเกตว่าผู้เรียนเขียนได้ครบและตรงตามหัวข้อที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าไม่ครบครูต้องคอยกระตุ้นความคิดและเติมเต็มให้ผู้เรียนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ครูชวนคุยจากข้อสรุปในกระดาษปรู๊ฟ โดยยกตัวอย่างบุคคลหรือเหตุการณ์ในชุมชน/สังคมปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจความเป็นคนดีที่พอเพียง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (เวลา ๔๐ นาที)







๔. ครูเกริ่นนำให้ผู้เรียนเห็นว่านอกจาก คนดีในความคิดของผู้เรียน มาเป็นคนดีที่พอเพียง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีหลักธรรมของศาสนาพุทธที่สำคัญ (หรือหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา) ที่มีความสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือเรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ จากนั้นครูแจกใบความรู้ที่ ๒ เกี่ยวกับหลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาและทำความเข้าใจ และครูอธิบายพร้อมยกตัวอย่างเพิ่มเติมตามใบความรู้ ๒ และสุ่มถามผู้เรียน จำนวน ๒-๓ คน เพื่อตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา (เวลา ๑๕ นาที)
๕. ครูชี้ให้ผู้เรียนสังเกตว่า หลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความสอดคล้องกับหลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ (หรือหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา) อย่างไร แล้วครูให้ผู้เรียนช่วยกันบอกหัวข้อ สัปปุริสธรรม ๗ ว่ามีอะไรบ้าง โดยครูเป็นผู้เขียน (รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้บุคคล รู้ชุมชน) ลงในกระดาษปรู๊ฟในลักษณะเดียวกับใบความรู้ จากนั้นชวนให้ผู้เรียนเชื่อมโยงหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มาจัดกลุ่มให้สอดคล้องกับหลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่องสัปปุริสธรรม ๗ (หรือหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา) พร้อมทั้งบอกเหตุผล (เวลา ๓๐ นาที)
๖. ครูให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของตนเองที่สอดคล้องกับความสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ และหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสิ่งที่แต่ละคนควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้ตนเอง และชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ลงในกระดาษ A๔ จำนวน ๑ หน้า (เวลา ๔๐ นาที)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปถึงคนดีที่ทำให้ตนเอง และชุมชน อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขตามหลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ และหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๑๕ นาที)
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) จำนวน ๓๐ ชั่วโมง
มอบหมายกิจกรรม กรต. ให้ผู้เรียนเตรียมนำเสนอการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน รูปแบบต่าง ๆ เช่นการติดคำขวัญ การสัมภาษณ์ การทำ Poster เป็นต้น และให้ฝึกเล่นเกม Cross word

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. ข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนประกอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “คนดีของเรา”
๒. บทเพลง “รวมเงิน”
๓. กระดาษปรู๊ฟ
๔. ปากกาเคมี
๕. กระดาษ A๔
๖. ใบความรู้ที่ ๑ เกี่ยวกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๗. ใบความรู้ที่ ๒ เกี่ยวกับหลักสัปปุริสธรรม ๗

การวัดและประเมินผล
๑. ตรวจผลงานจากการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ห่วง ๒เงื่อนไข) มาเชื่อมโยงวิเคราะห์คนดีที่พอเพียง และการนำหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) มาจัดกลุ่มให้สอดคล้องกับหลักสัปปุริสธรรม ๗ ได้อย่างถูกต้อง
๒. ตรวจผลงานจาการเขียนการปฏิบัติตนของตนเองที่สอดคล้องกับความสำคัญของ สัปปุริสธรรม ๗ และหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสิ่งที่แต่ละคนควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้ตนเอง และชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล













การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจัดทำหน่วยการเรียนรู้ “คนดีของเรา”
๔.๑ ครูนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ “คนดีของเรา” อย่างไร?
ประเด็น หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
เนื้อหา ๑. เนื้อหาเหมาะสมกับความสามารถที่แตกต่างกันของผู้เรียน
๒. เนื้อหาเหมาะสมกับเวลา ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ๑. เนื้อหาตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
๒. เนื้อหามีความสอดคล้องกับปัญหาและสภาพของผู้เรียนในชุมชน ๑. มีความรู้และเข้าใจเนื้อหาเป็นอย่างดี
๒. เนื้อหาเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันและเป็นที่สนใจ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจ ได้ง่าย

เวลา ๑. เวลาจัดกระบวนการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับเนื้อหา
๒.เวลามีความเหมาะสมกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละขั้นตอน (ขั้นนำ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสรุป) ๑. เวลาสอดคล้องกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านเพศ อายุ และอาชีพ
๒.เวลาสอดคล้องกับการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ๑. กำหนดเวลาเพียงพอต่อการตอบคำถามหรือการอธิบายเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้เรียน
๒. กำหนดให้ผู้เรียนทำใบงานภายในเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม
การจัดกระบวนการเรียนรู้
๑.๑ การแบ่งกลุ่มผู้เรียน
๑.๒ สื่อ อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้
๑.๓ กิจกรรม ๑. จัดกลุ่มผู้เรียนได้เหมาะสมกับเวลา
๒. สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และ ใบความรู้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน
๓. จัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับเวลา และวัยของผู้เรียน ๑.กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
๒.สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และ ใบความรู้เหมาะสมกับเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้
๓. ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้มีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงอย่างมีเหตุผล ๑. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อย่างครบถ้วนไว้ล่วงหน้า
๒. จัดเตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และใบความรู้ ไว้ล่วงหน้าอย่างครบถ้วน
การวัดและประเมินผล ๑. วัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้
๒. วัดและประเมินผลการเรียนรู้จากกลุ่มผู้เรียนเพื่อให้เหมาะสมกับเวลา ๑.วัดและประเมินผลตามตัวชี้วัดได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหาและเวลา
๒. วัดและประเมินผลจากชิ้นงาน/ผลงานของกลุ่ม ซึ่งสมาชิกของกลุ่มมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ๑. กำหนดวิธีการวัดและประเมินผลอย่างครบถ้วนตามแผนการจัดการเรียนรู้
๒. กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนชิ้นงาน/ผลงานไว้ล่วงหน้า


๔.๑ ครูนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ “คนดีของเรา” อย่างไร? (ต่อ)
ประเด็น (ต่อ)
ความรู้ ๑. รอบรู้ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ หลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่องสัปปุริสธรรม ๗ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. รอบรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่นอกระบบโรงเรียน
๓. รอบคอบในการสังเกตผู้เรียนเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง
๔. รอบรู้และรอบคอบในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้ตามขั้นตอนที่กำหนด (ขั้นนำ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และขั้นสรุป) และการวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัดตามแผนการจัดการเรียนรู้
คุณธรรม ๑. รับผิดชอบ อดทน และมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและบรรลุตัวชี้วัดตามแผนการจัดการเรียนรู้
๒. ยุติธรรมต่อผู้เรียน ทั้งการจัดกลุ่ม การนำเสนอชิ้นงาน/ผลงาน การวัดและประเมินผล
๓. มีจรรยาบรรณครู
๔.๒ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต อย่างไร? เมื่อเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ “คนดีของเรา”
หลักความพอประมาณ หลักความมีเหตุผล หลักการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
๑.เข้าร่วมกิจกรรมและนำเสนอชิ้นงาน/ผลงานตามความ สามารถของผู้เรียนแต่ละคน
๒. เสนอความคิดเห็นและนำเสนอชิ้นงาน/ผลงานได้เหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
๑. แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้อย่างมีเหตุผล
๒. เชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับเนื้อหาในกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
๓. วิเคราะห์และตัดสินใจเลือก สิ่งที่ตนเห็นว่าดี/ มีคุณค่าได้อย่างมีเหตุผล ๑. เปิดใจ ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้
๒. เข้าใจและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม
ความรู้ ๑. รู้ และเข้าใจเนื้อหาในรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง และศาสนา และหน้าที่พลเมืองตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑
๒. รู้และเข้าใจหลักธรรมสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่องสัปปุริสธรรม ๗ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๓. เสนอความคิดเห็นและนำเสนอชิ้นงาน/ผลงานด้วยความรอบคอบ
คุณธรรม ๑. รับผิดชอบ อดทน และมุ่งมั่นในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และสามารถบรรลุตัวชี้วัดตามแผนการจัดการเรียนรู้
๒. มีน้ำใจ มีวินัย และมีความสามัคคีในการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้
๓. มีความซื่อสัตย์ในการเสนอความคิดเห็นและการนำเสนอชิ้นงาน/ผลงาน
ใบความรู้ ๑
เรื่อง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยนานกว่า ๓๐ ปี เพื่อให้เป็นหลักการ หลักคิด ในการดำเนินชีวิตโดยคำนึงถึงหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ดังแผนภูมิ



















เงื่อนไขความรู้
(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) เงื่อนไขคุณธรรม
(ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน เพียร สติ ปัญญา)
ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงหากขาดองค์ประกอบใดก็ไม่เป็นความพอเพียงที่สมบูรณ์ การใช้ชีวิตตามหลักพอเพียง หรือชีวิตพอเพียงนั้น ควรมีความเข้าใจองค์ประกอบพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถูกต้องและชัดเจนแล้ว จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความสุข ซึ่งจะอธิบายหลักการ แนวคิด ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ดังนี้
ก. ๓ ห่วง ได้แก่
๑. ความพอประมาณ คือ ความพอดี กล่าวอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นการยืนได้โดยลำแข้งของตนเอง โดยมีการกระทำไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไปในมิติต่าง ๆ เช่น การบริโภค การผลิตอยู่ในระดับสมดุล การใช้จ่าย การออมอยู่ในระดับที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเอง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
๒. ความมีเหตุมีผล หมายความว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอประมาณ ในมิติต่าง ๆ จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ต้องเป็นการมองระยะยาว คำนึงถึงความเสี่ยง มีการพิจารณาจากเหตุปัจจัยและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิด
๓. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอสมควร พลวัตรในมิติต่าง ๆ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในสภาวะต่าง ๆ อย่างรวดเร็วขึ้น จึงต้องมีการเตรียมตัวพร้อมรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ การกระทำที่เรียกได้ว่าพอเพียงไม่คำนึงถึงเหตุการณ์และผลในปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูลที่มีอยู่ และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
ข. ๒ เงื่อนไข ได้แก่
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย
๑.๑ ความรอบรู้ คือ มีความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆอย่างรอบด้าน ในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นประโยชน์พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติอย่างพอเพียง การมีความรอบรู้ย่อมทำให้มีการตัดสินใจที่ถูกต้อง
๑.๒ ความรอบคอบ คือ มีการวางแผน โดยสามารถที่จะนำความรู้และหลักวิชาต่างๆมาพิจารณาเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน
๑.๓ ความระมัดระวัง คือ ความมีสติ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ในการนำแผนปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนหลักวิชาต่างๆเหล่านั้นไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยเป็นการระมัดระวังให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
๒. เงื่อนไขคุณธรรม เป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เช่น คุณธรรมในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งครอบคลุมคนทั้งชาติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ นักธุรกิจ มีสองด้านคือ ด้านจิตใจปัญญาและด้านการกระทำ ในด้านแรกเป็นการเน้นคุณธรรมนำความรู้ ตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรอบรู้ที่เหมาะสม ส่วนด้านการกระทำหรือแนวทางดำเนินชีวิต เน้นความอดทน ความเพียร สติ ปัญญา และความรอบคอบ เงื่อนไขนี้จะทำให้การปฏิบัติตามเนื้อหาของความพอเพียงเป็นไปได้
ใบความรู้ที่ ๒



“Sufficiency Economy” is a philosophy that stresses the middle path as an overriding principle for appropriate conduct by the populace at all levels. This applies to conduct starting from the level of the families, communities, as well as the level of nation in development and administration so as to modernize in line with the forces of globalization.
“Sufficiency” means moderation, reasonableness, and the need of self -immunity for sufficient protection from impact arising from internal and external changes. To achieve this, an application of knowledge with due consideration and prudence is essential. In particular great care is needed in the utilization of theories and methodologies for planning and implementation in every step. At the same time, it is essential to strengthen the moral fibre of the nation, so that everyone, particularly public officials, academics, businessmen at all levels, adheres first and foremost to the principles of honesty and integrity. In addition, a way of life based on patience, perseverance, diligence, wisdom and prudence is indispensable to create balance and be able to cope appropriately with critical challenges arising from extensive and rapid socioeconomic, environmental, and cultural changes in the world.”



เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฏีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยน-แปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี


บัตรคำ

Sufficiency Economy เศรษฐกิจพอเพียง Perseverance พากเพียร

PhiloSophy ปรัชญา honesty ซื่อสัตย์สุจริต

Moderration พอประมาณ integrity ความซื่อสัตย์

Reasonableness ความมีเหตุผล Consideration การตัดสินใจ

Theory ทฤษฎี

Moral คุณธรรม

Honesty ซื่อสัตย์

Diligence อดทน

Enough พอ

Adequate พอเพียง

Self-immunity มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

Wisdom ปัญญา

Prudence รอบคอบ

Patience อดทน

ใบความรู้ ๓
เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗

สัปปุริสธรรม แปลว่า ธรรมะของคนดี หมายความว่า ผู้ใดมีธรรมเหล่านี้แล้ว ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นคนดี ซึ่งคนดีที่พระพุทธศาสนายกย่อง มิได้เป็นคนงมงายหรือเป็นคนซื่อจนเซ่อ แต่เป็นคนฉลาดมีเหตุผล รู้จักใช้ความคิด วางตัวได้ดีและมีมนุษย์สัมพันธ์เหมาะสม
สัปปุริสธรรมมี ๗ ประการ ดังนี้
๑) อัตถัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และความเป็นไปของชีวิต ผู้จะรู้จักเหตุได้ ผู้นั้นต้องมีสติปัญญา มีความฉลาดรอบรู้ในเหตุว่า การกระทำอย่างนี้เป็นเหตุดีหรือไม่ดี จะมีผลเกิดขึ้นจากการกระทำนี้อย่างไร ถ้าพิจารณาเห็นว่า เป็นผลที่ออกมาไม่ดี ทำให้ตัวเองและคนอื่น สัตว์อื่น มีความทุกข์เดือดร้อนเกิดขึ้นได้ ก็ให้หยุดกระทำในเหตุนั้นเสีย ถ้าเหตุใดได้พิจารณาด้วยปัญญาดีแล้วว่า การทำอย่างนี้จะได้รับผลที่ดี มีความสุข ความเจริญ เป็นไปในประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวมให้ดีขึ้น จงพยายามทำในเหตุนี้ให้มาก และทำให้เต็มที่ เพราะเป็นประโยชน์สุขแก่ตัวเองและผู้อื่น ไม่ต้องไปวิตก กังวลกับสิ่งใด เพราะได้วิเคราะห์วิจัยด้วยสติปัญญาอย่างถูกต้องแล้ว
๒) ธัมมัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาระและผลอันเกิดจากสาเหตุดังกล่าว ความเป็นผู้รู้จักผล คำว่า ผล หมายถึง สิ่งที่เกิดมาจากเหตุ ถ้าได้รับผลดี ก็คือเหตุได้ทำมาดี ถ้าได้รับผลที่ไม่ดี ก็แสดงว่าเราทำเหตุไว้ไม่ดี คำว่า เหตุ หมายถึง สิ่งที่ทำผ่านไปแล้วในอดีต คำว่า ผล หมายถึง การได้รับในปัจจุบัน ความเป็นผู้รู้จักผลที่เกิดจากเหตุ รู้จักเหตุดีผลดี รู้จักเหตุชั่วผลชั่ว ผู้มีธรรมอยู่ในตัวจะเลือกทำแต่เหตุที่ดีเป็นนิสัยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สังคมใด เมื่อใจมีธรรม จะสร้างแต่เหตุดีตลอดไป เพราะมีความมั่นใจอยู่ว่าผลที่ดีจะเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้ ชื่อว่าผู้นั้นมีสติปัญญาที่ดี มีเหตุผล เป็นที่พึ่งของตนเองได้ จึงเรียกว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน สามารถมองผลที่เกิดมาจากเหตุ และมองเหตุที่จะออกไปเป็นผลที่จะเกิดตามมา จะเรียกว่าผู้นั้นมีสติปัญญาความฉลาดรอบรู้อยู่ในตัว การตัดสินใจในการทำสิ่งใดจะไม่ผิดพลาด เพราะใช้ปัญญาพิจารณาดีแล้ว แม้แต่การพูด ก็มีสติปัญญารอบรู้ว่า ถ้าพูดอย่างนี้ จะมีผลเป็นอย่างไร ความเข้าใจในเหตุผลอย่างนี้แล จึงนับว่าผู้นั้นมีสติปัญญา
๓) อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์ตนเองทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความสามารถ เป็นผู้รู้จักความประพฤติของตัวเราเอง ทุกคนต้องมีกิริยามารยาทในการแสดงออก การแสดงนั้น มีอยู่สามทางด้วยกัน ๑ การแสดงออกทางกาย ๒ การแสดงออกทางวาจา ๓ การแสดงออกทางใจ ส่วนการแสดงออกทางใจจะรู้ได้เฉพาะตัวโดยจะอธิบายทีหลัง ขณะนี้ จะอธิบายในการแสดงออกทางกายและวาจาที่ว่าเป็นตัวตนให้เข้าใจ เพราะกาย วาจาเป็นสื่อของสังคมโลกจะใช้สื่อทางกายวาจาต่อกัน ในโลกนี้ เราจะอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีความเกี่ยวข้องอยู่ในสังคมนี้อยู่ทั่วไป ทุกคนในสังคมนี้ ต้องการความสุขสบายด้วยกัน ถ้าทุกคนรู้จักตน ในสังคมจะมีแต่สุขใจรื่นเริงอยู่ตลอดเวลา เพราะทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน นั่นคือ ไม่ต้องการให้คนอื่นมาพูดให้เราเกิดความไม่สบายใจ ถ้าเข้าใจได้อย่างนี้ เราก็ต้องรู้ตัวเองว่า ไม่ควรทำ ไม่ควรพูด ให้คนอื่นมีความเดือดร้อนเป็นทุกข์จากตัวเราเช่นกัน ฉะนั้น การรู้ตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญในสังคมนี้ เพราะการทำการพูดให้แก่คนอื่นไม่ดีอย่างไร เรารู้จักตัวเองว่า เมื่อคนอื่นทำกับเราที่ไม่ดี พูดไม่ดีให้แก่เรา จะเกิดความรู้สึกเป็นอย่างไร คนอื่นก็จะเหมือนกับเราอย่างนั้น
๔) มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักหลักของความพอดี การดำเนินชีวิตพอเหมาะพอควร ความเป็นผู้รู้จักประมาณ คำว่าประมาณ หมายถึง รู้จักความพอดี ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ตามปกตินิสัยของคนเราจะเอาอะไรสักอย่างจะเกินความพอดีอยู่เสมอ เช่น เห็นอาหารมากมาย มีแต่ของที่ถูกใจเสียทั้งหมด จะหยิบมารับประทานนิดเดียวพอเป็นพิธีทั้งที่หิวกระหายอยู่แล้ว จะไม่เป็นไปในลักษณะอย่างนี้เลย อย่างไรเสียก็ต้องว่ากันอย่างเต็มที่ เท่านี้ยังไม่พอ ยังแถมเพิ่มเข้าไปอีกแทบจะกลืนไม่ลง นี้เรียกว่าเกินความพอดี เมื่อธาตุไฟย่อยอาหารไม่ทัน เกิดท้องอืดท้องเฟ้อ แทนที่จะเป็นคุณ แต่กลายเป็นโทษไป ความไม่รู้ประมาณยังมีมาก เช่น เอาอะไรไม่มีประมาณ เห็นอะไรเป็นของแจกฟรี อย่างไรก็กอบโกยให้ได้มากที่สุด คนอื่นจะได้หรือไม่ได้ไม่สำคัญ มือใครยาวสาวได้สาวเอา คนเราชอบทำอะไรเกินความพอดี เช่น ซื้อสิ่งของก็เกินความพอดี ไม่จำเป็นจะซื้อมากองไว้ที่บ้านจนเกินความจำเป็น หรือการตกแต่งบ้านและตกแต่งอะไรต่อมิอะไรก็เกินความพอดี จะเปิดเผยความเด่นในตัวเองก็เปิดเผยจนเกินความพอดี จึงกลายเป็นผู้ไม่รู้ประมาณ ถ้าอะไรเกินความพอดี สิ่งนั้นไม่ดี เช่น พูดอะไรเกินความพอดี บ่นให้ใครต่อใครก็บ่นเกินความพอดี จึงทำให้คนอื่นเกิดความรำคาญใจ และเกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้นจะทำอะไร จะพูดอะไร จะเอาอะไร ให้อยู่ในความพอดี ให้รู้จักประมาณตามความเหมาะสม ไม่ทำอะไรเกินตัว ให้รู้จักกำลังของตัวเอง ถ้าเกินตัวเมื่อไร จะกลายเป็นโทษเป็นภัยแก่ตัวเอง
๕) กาลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะ การงานที่จะต้องทำ คำที่จะต้องพูด ใจที่จะต้องคิด การทำ การพูด การคิด ต้องทำ ต้องพูด ต้องคิด ให้ถูกกับกาลเวลา ว่ากาลไหนควรทำอะไร ควรพูดในเรื่องอะไร และควรคิดในเรื่องอะไร ต้องรู้จักแบ่งกาลเวลาให้ถูกกับงานตัวเอง ว่ากาลไหนควรทำงาน กาลไหนควรพักงาน ต้องจัดเวลาให้ถูกกับงานนั้น ๆ งานอะไรควรทำก่อน งานอะไรควรทำทีหลัง งานอะไรมีความสำคัญมาก งานอะไรมีความสำคัญน้อย งานส่วนตัว หรืองานเกี่ยวกับบุคคล หรืองานเกี่ยวกับสังคมส่วนรวม ต้องแบ่งงานให้ลงตัวกับกาลเวลานั้น ๆ การทำงานก็จะไม่เกิดความสับสน ไม่เสียงานตนและไม่เสียงานคนอื่น เพราะการนัดหมายในงานภายนอกเกี่ยวกับสังคมจึงมีความสำคัญ จะทำให้คนอื่นมีความเชื่อถือและให้ความสำคัญกับตัวเราเอง ผู้อื่นจะให้ความเคารพเกรงใจ ให้การต้อนรับด้วยความเอื้อเฟื้อ มีอะไรจะให้หมู่คณะช่วยเหลือ หมู่คณะก็จะมีความเต็มใจ เพราะถือว่าเรามีสัจวาจา เป็นผู้พูดจริง ทำจริง มีอะไรพอช่วยได้ก็ช่วยจริง เว้นเสียแต่ในสิ่งที่เหลือวิสัย ส่วนกาลเวลาในครอบครัว ก็ต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ว่ากาลไหนควรให้ครอบครัวอย่างไร สามีรู้จักกาลเวลาของภรรยา ภรรยารู้จักกาลเวลาของสามี พ่อแม่รู้จักกาลเวลาของลูก ลูกก็ต้องรู้จักกาลเวลาของพ่อแม่ ถ้าทำได้อย่างนี้ ครอบครัวนั้นจะมีแต่ความสุขและสามัคคี มีความรักกันและสงสารกันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
๖) ปริสัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้ปฏิบัติ การปรับตนและแก้ไขตนให้เหมาะกับสภาพของกลุ่มและชุมชน คำว่า กลุ่มและชุมชน มีหลายหมู่หลายคณะ จะมีนิสัยพฤติกรรม ไม่เหมือนกัน แต่ละชุมชนจะมีเอกลักษณ์เป็นสัญชาตญาณเฉพาะกลุ่มของตัวเอง เมื่อเราได้เข้าไปในกลุ่มชุมชนใด ก็ต้องสังเกตว่าชุมชนกลุ่มนั้นมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร เขาทำอะไร เพื่ออะไร เมื่อเราเข้าไปจะได้ปรับตัวเองเข้ากันกับกลุ่มนั้นได้ ไม่ให้ขัดขวางกันกับหมู่คณะนั้น ๆ โบราณว่าเข้าหมู่บ้านคนตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม เพราะสังคมของคนเรามีความแตกต่างกัน แต่ละหมู่ความเป็นอยู่หน้าที่การงานไม่เหมือนกัน ฉะนั้น เราต้องรู้วิธีปรับตัวให้เข้าได้ทุกสังคม เช่น สังคมของพระ สังคมของนักปราชญ์ราชบัณฑิต สังคมของผู้ปฏิบัติธรรมจำศีลภาวนาปฏิบัติ เราจะต้องปรับตัวเข้าหาท่านเหล่านี้อย่างไร เราก็ต้องศึกษาความเป็นอยู่ ความต้องการของสังคมนั้น ๆ ให้เข้าใจ เมื่อเราได้เข้าไป จะไม่เป็นแกะดำอยู่ในฝูง จะกลมกลืนไปกันได้โดยไม่มีปัญหาอะไร สังคมที่ดีอย่างนี้ เราควรเป็นคนหนึ่งที่ปฏิบัติตัวได้เหมือนท่านเหล่านั้น ถึงจะปฏิบัติได้ไม่ดีนัก แต่เราก็พยายามทำดีตลอดไป อีกสักวันหนึ่ง เราก็จะเป็นที่ยอมรับในสังคมแห่งคนดีได้อย่างสนิทใจ อีกสังคมหนึ่งที่เรียกว่า สังคมของคนพาล สังคมนี้ก็แบ่งเป็นปลีกย่อยออกไปอีก จึงกลายเป็นคนพาลหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มอาจจะพาลไม่เหมือนกัน เมื่อจำเป็นเราจะได้พบกับคนพาลเหล่านี้ เราก็ต้องศึกษานิสัยของคนพาลแต่ละกลุ่มให้เข้าใจ หากจำเป็นต้องเข้าไปในสังคมของคนพาลเหล่านี้ เราจะปรับตัวเข้ากับเขาให้ได้พอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นในสังคมนั้น ๆ
๗) ปุคคลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้ง เป็นผู้รู้จักเลือกบุคคล คำว่าเลือกบุคคล หมายถึง บุคคลผู้จะเป็นมิตรแท้ เลือกหาผู้ที่จะร่วมสุข ร่วมทุกข์กันได้ เป็นบุคคลที่เชื่อใจกันได้และเชื่อถือได้ นิสัยความประพฤติและความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน การเลือกหาคนดีมาเป็นมิตรได้ จำเป็นต้องรู้จักคนชั่ว แล้วเอาลักษณะของคนชั่ว และลักษณะของคนดีมาเทียบเคียงกันดูว่า ทั้งสองคนนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไร เราจึงจะเลือกหาคนดีได้ เมื่ออยากรู้จักคนขาวก็ต้องรู้จักคนดำ อยากรู้จักคนต่ำก็ต้องรู้จักคนสูง อยากรู้จักคนสวยก็ต้องรู้จักคนขี้เหร่ อยากรู้จักคนดีก็ต้องรู้จักคนไม่ดี ว่าทั้งสองคนนี้มีกิริยามารยาทต่างกันอย่างไร คนชั่วเขาทำอย่างไร เขาพูดอย่างไร คนดีเขาทำอย่างไร เขาพูดอย่างไร ต้องได้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายมาเปรียบเทียบกัน ก็จะรู้ความจริงมาตัดสินด้วยเหตุและผลได้

ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัปปุริสธรรม ๗ กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักสัปปุริสธรรม ๗ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รู้เหตุ ความมีเหตุมีผล
รู้ผล
รู้ตน ความพอประมาณ
รู้ประมาณ
รู้กาล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
รู้บุคคล
รู้ชุมชน

ในชีวิตประจำวัน ถ้าใครมีคุณธรรมของมนุษย์ ๗ ประการ และสามารถประพฤติตนได้อย่างถูกต้องตามหลักการเหล่านี้โดยสมบูรณ์แล้วผู้นั้นย่อมชื่อว่าเป็นผู้ที่พระพุทะเจ้าทรงยกย่องว่าเป็น สัตบุรุษ หรือคนดีแท้















ใบงานที่ ๑
คำสั่ง
๑. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น “คนดีในความคิดของผู้เรียนมีลักษณะอย่างไร” แล้วเขียนสรุปความคิดเห็นของกลุ่ม ลงในกระดาษ A๔
๒. ให้ผู้เรียนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ห่วง ๒เงื่อนไข) มาเชื่อมโยงวิเคราะห์คนดีที่พอเพียง และการนำหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) มาจัดกลุ่มให้สอดคล้องกับหลักสัปปุริสธรรม ๗ ได้อย่างถูกต้อง
๓. ให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของตนเองที่สอดคล้องกับความสำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ และหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสิ่งที่แต่ละคนควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้ตนเองและชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขลงในกระดาษ A๔ จำนวน ๑ หน้า


















ใบงานที่ ๒
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ให้ผู้เรียนเตรียมนำเสนอการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน รูปแบบต่าง ๆ เช่นการติดคำขวัญ การสัมภาษณ์ การทำ Poster เป็นต้น และให้ฝึกเล่นเกม Cross word




















เกณฑ์การให้คะแนนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ “คนดีของเรา” ๒๐ คะแนน
เรื่องที่วัดและประเมินผล ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณา
๑. ความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมที่สำคัญของศาสนาพุทธ เรื่อง สัปปุริสธรรม ๗ (หรือหลักธรรมสำคัญของแต่ละศาสนา) (๕ คะแนน) ข้อ ๑ คำตอบจากตัวแทนของแต่ละกลุ่ม
๕ คะแนน เมื่ออธิบายได้ถูกต้องทั้ง ๗ ประการ
๔ คะแนน เมื่ออธิบายได้ถูกต้อง ๕-๖ ประการ
๓ คะแนน เมื่ออธิบายได้ถูกต้อง ๓-๔ ประการ
๒ คะแนน เมื่ออธิบายได้ถูกต้อง ๑-๒ ประการ
๑ คะแนน เมื่อตอบหลักสัปปุริสธรรม ๗ ประการได้
แต่ไม่สามารถอธิบายหลักได้เลย
๒. ความรู้ ความเข้าใจใน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๕ คะแนน) ข้อ ๒ และ๓ คำตอบจากตัวแทนของแต่ละกลุ่ม
๕ คะแนน เมื่อบอกหลัก ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ได้ถูกต้อง และ
สามารถยกตัวอย่างประกอบการอธิบายได้ชัดเจน
๔ คะแนน เมื่อบอกหลักได้ถูกต้องเกินครึ่ง และสามารถ
ยกตัวอย่างประกอบการอธิบายได้ชัดเจน
๓ คะแนน เมื่อบอกหลักได้ถูกต้อง ครบถ้วน แต่ยกตัวอย่าง
ประกอบการอธิบายได้ชัดเจนน้อยกว่าครึ่ง
๒ คะแนน เมื่อบอกหลักได้ถูกต้อง และยกตัวอย่างประกอบการ
อธิบายได้ชัดเจนน้อยกว่าครึ่ง
๑ คะแนน เมื่อบอกหลักได้ถูกต้อง ครบถ้วน แต่ไม่สามารถ
ยกตัวอย่างประกอบการอธิบายได้เลย
๓.การปฏิบัติตนให้อยู่ร่วมกันอย่างสินติสุข (๑๐ คะแนน) ข้อ ๔ คำตอบจากผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งพิจารณาองค์ประกอบ ๓ ประการ ดังนี้
๑. การปฏิบัติตน (๒ คะแนน)
๒ คะแนน เมื่อระบุการกระทำของตนขณะอยู่กับครอบครัว
ชุมชนและที่ทำงาน
๑ คะแนน เมื่อระบุการกระทำของตนบางสถานการณ์
๐ คะแนน เมื่อไม่ระบุการกระทำของตน
เรื่องที่วัดและประเมินผล ตัวชี้วัด เกณฑ์การพิจารณา
๓.การปฏิบัติตนให้อยู่ร่วมกันอย่างสินติสุข (๑๐ คะแนน) (ต่อ) ๒. การให้เหตุผลประกอบการปฏิบัติตน (๔ คะแนน)
๔ คะแนน เมื่อให้เหตุผลประกอบการกระทำตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและสัปปุริสธรรม ๗ ได้อย่างถูกต้อง
และชัดเจน
๓ คะแนน เมื่อให้เหตุผลประกอบการกระทำตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงหรือสัปปุริสธรรม ๗ เพียงอย่างใด
อย่างหนึ่ง อย่างถูกต้องและชัดเจน
๒.คะแนน เมื่อให้เหตุผลประกอบการกระทำตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงหรือสัปปุริสธรรม ๗ เพียงอย่างใด
อย่างหนึ่งอย่างชัดเจน แต่มีความคลาดเคลื่อนบ้าง
๑ คะแนน เมื่อให้เหตุผลประกอบการกระทำตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงหรือสัปปุริสธรรม ๗ เพียงอย่างใด
อย่างหนึ่ง หรือทั้งสองหลักไม่ถูกต้องและไม่ค่อยชัดเจน
๐ คะแนน เมื่อไม่ให้เหตุผลประกอบการกระทำ
๓. ความสมเหตุสมผล (๔ คะแนน)
๔ คะแนน เมื่อหลักสัปปุริสธรรม ๗ และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในข้อที่ระบุทุกข้อมีความสอดคล้อง
สัมพันธ์ เหมาะสมกับการกระทำที่ระบุไว้
๓ คะแนน เมื่อหลักสัปปุริสธรรม ๗ และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในข้อที่ระบุบางข้อมีความสอดคล้อง
สัมพันธ์ เหมาะสมกับการกระทำที่ระบุไว้
๒ คะแนน เมื่อหลักสัปปุริสธรรม ๗ หรือหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในข้อที่ระบุทุกข้อมีความสอดคล้อง
สัมพันธ์ เหมาะสมกับการกระทำที่ระบุไว้
๑ คะแนน เมื่อหลักสัปปุริสธรรม ๗ หรือหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในข้อที่ระบุทุกข้อไม่มีความ
สอดคล้องสัมพันธ์ เหมาะสมกับการกระทำที่ระบุไว้

แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ชุมชนน่าอยู่อย่างพอเพียง จำนวน ๑๙๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๑.๒ ชุมชนสมดุล จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง สาระทักษะการดำเนินชีวิต รหัสวิชา ทช ๓๑๐๐๑
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๓
ศาสนา และหน้าที่ พลเมือง สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒

ตัวชี้วัด
๑. สำรวจและวิเคราะห์ปัญหาของชุมชนด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. รู้และเข้าใจบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
๓. มีความรู้ความเข้าใจหลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม
๔. วิเคราะห์และอธิบายข้อมูล
๕. สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
๖. เสนอแนวทางและมีส่วนร่วมในแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชนด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๗. บอกวิธีปฏิบัติตนตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
๘. ปฏิบัติตนตามหลักสิทธิมนุษยชน

เนื้อหา
๑. ปัญหาของชุมชนด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนทางสังคม และมีผลต่อฐานะของประเทศในสังคมโลก
๓. หลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม
๔. วิธีการจัดเก็บ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลาย และเผยแพร่ข้อมูล
๕. เทคนิคการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนด้วยการประชุมกลุ่มย่อย
๙. การมีส่วนร่วมแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชนด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑๐. การปฏิบัติตนให้สอดคล้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้อื่นปฏิบัติ
๑๑. การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูทักทายสวัสดีกับผู้เรียน และชวนคุยว่า “เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครูได้เดินทางไปกรุงเทพฯ ต้องเจอกับปัญหารถติด ประมาณ ๒ ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ระยะทางใกล้นิดเดียว ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถครูสังเกตเห็นว่ามีแต่ตึก บ้านเรือนอยู่ติดกัน ต้นไม้ก็ไม่ค่อยมี พอลงจากรถมารู้สึกว่าร้อน หายใจไม่สะดวก พบแต่ผู้คนที่เร่งรีบ ไม่พูดคุยกัน มองเหมือนว่าอยู่กันคนละโลก ก็นึกถึงแต่บ้านเรา ถ้าเราอยู่ที่บ้านคงจะไม่มีเจออะไรแบบนี้” ครูถามผู้เรียนว่าใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้าง นอกจากในกรุงเทพฯ แล้วยังเจอที่ไหนอีก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนร่วมสนทนาประมาณ ๓ นาที จากนั้นครูแจ้งเรื่องที่จะเรียนรู้ในครั้งนี้ เรื่องชุมชนสมดุล (เวลา ๑๕ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูสุ่มถามผู้เรียนประมาณ ๕ คน ให้บอกถึงจุดเด่น และปัญหาในชุมชนของตนเองว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงช่วยกันสรุปว่าในแต่ละชุมชนมีทั้งจุดเด่น และปัญหาซึ่งทุกคนต้องร่วมกันพัฒนาให้ดีขึ้น (เวลา ๒๐ นาที)
๒. ครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน จำนวน ๔ กลุ่ม ซึ่งแบ่งโดยให้ผู้เรียนที่อยู่ในชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอยู่กลุ่มเดียวกัน (เวลา ๑๐ นาที)
๓. ครูให้ผู้เรียนแต่ละคนในกลุ่มเขียนปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมนำเสนอภายในกลุ่ม (เวลา ๓๐ นาที)
๔. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดกลุ่มปัญหาที่อยู่ด้านเดียวกัน มาจัดกลุ่มไว้ด้วยกัน แบ่งเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ ๑. สังคม ๒. เศรษฐกิจ ๓. สิ่งแวดล้อม ๔. วัฒนธรรม เขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ แล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ (เวลา ๓๐ นาที)
๕. ครูสอบถามผู้เรียนเรื่องบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนทางสังคม และมีผลต่อฐานะของประเทศในสังคมโลกอย่างไร แล้วให้ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ในกลุ่ม และบอกวิธีการปฏิบัติตนให้สอดคล้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้อื่นปฏิบัติ การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สังคมสงบสุข พร้อมส่งตัวแทนนำเสนอ (เวลา ๓๐ นาที)
๖. ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) เขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ แล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ (เวลา ๓๐ นาที)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปโดยเชื่อมโยงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) และหลักปรัชญาคิดเป็น (ข้อมูลด้านตนเอง ด้านวิชาการ และด้านสังคมสิ่งแวดล้อม) (เวลา ๑๕ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔

การวัดและประเมินผล
ตรวจผลงานจากกิจกรรมการเรียนรู้

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล
ใบงานที่ ๓

๑. ให้บอกถึงจุดเด่น และปัญหาในชุมชนของตนเองว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจึงช่วยกันสรุปว่าในแต่ละชุมชนมีทั้งจุดเด่น และปัญหาซึ่งทุกคนต้องร่วมกันพัฒนาให้ดีขึ้น
๒. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มแล้วให้แต่ละคนในกลุ่มเขียนปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมนำเสนอภายในกลุ่ม แล้วร่วมกันจัดกลุ่มปัญหาที่อยู่ด้านเดียวกัน มาจัดกลุ่มไว้ด้วยกัน แบ่งเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ ๑. สังคม ๒. เศรษฐกิจ ๓. สิ่งแวดล้อม ๔. วัฒนธรรม เขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ แล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ
๓. ให้ผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) เขียนลงในกระดาษปรู๊ฟ แล้วส่งตัวแทนออกมานำเสนอ
















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๓

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ชุมชนน่าอยู่อย่างพอเพียง จำนวน ๑๙๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๑.๓ รู้รักษ์วัฒนธรรม นำไทยสู่สากล จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง สาระทักษะการดำเนินชีวิต รหัสวิชา ทช ๓๑๐๐๑
ศาสนา และหน้าที่ พลเมือง สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒

ตัวชี้วัด
๑. อธิบายแนวทางการพัฒนาชุมชนด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมตามหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้
๒. มีความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในโลก
๓. ตระหนักถึงความสำคัญ ในวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในโลก
๔. มีส่วนร่วมสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีไทย
๕. ประพฤติปฏิบัติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคมโลก
๖. เป็นผู้นำในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาพฤติกรรมตามค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ของสังคมไทย

เนื้อหา
๑. การพัฒนาชุมชนด้านสังคมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมตามหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๒. วัฒนธรรมประเพณีในประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ ในโลก (ภาษา, การแต่งกาย, อาหาร, ประเพณีที่สำคัญ)
๓. การอนุรักษ์ และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี
๔. ข้อปฏิบัติในการมีส่วนร่วม สืบทอด ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย
๕. ค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคมไทย (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การยิ้มแย้มแจ่มใส การให้อภัย การตรงต่อเวลา ความมีระเบียบ)
๖. วิธีปฏิบัติในการประพฤติตนเป็นผู้นำร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในสังคมไทย

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ใครได้ดูละครช่อง ๗ ในช่วงตอนเช้า เรื่อง …………………..(ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ช่วงเช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์) แล้วครูให้ผู้เรียนช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าสังเกตเห็นอะไรจากละครบ้าง จากนั้นครูเชื่อมโยงถึงลักษณะของความเป็นไทย วัฒนธรรม ประเพณีของ
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน ร่วมกันยกตัวอย่างวัฒนธรรมประเพณีของประเทศมีอะไรบ้าง ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และจะทำอย่างไรวัฒนธรรมประเพณีไทยจะคงอยู่กับเราคนไทยไปอีกนานแสนนาน
๒. ให้ผู้เรียนออกนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที
๓. ครูให้ผู้เรียนร่วมวิเคราะห์
- วิธีการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่พบเห็น
- วิเคราะห์แบบอย่างในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่พบเห็น
๔. ผู้เรียนร่วมกันสรุปเป็นผังความคิด แล้วนำมาเสนอ
๕. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปวิธีการประพฤติปฏิบัติการอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
๖. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนสืบค้นคว้าข้อมูลวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน แล้วนำมาสรุปเป็นรูปเล่ม โดยมีการนำเสนอในการพบกลุ่มครั้งต่อไป (จำนวน ๓๐ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูสรุปเชื่อมโยงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข) ในการพัฒนาชุมชนด้านสังคมเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมตามหลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล







ใบงานที่ ๔

๑. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน ร่วมกันยกตัวอย่างวัฒนธรรมประเพณีของประเทศมีอะไรบ้าง ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และจะทำอย่างไรวัฒนธรรมประเพณีไทยจะคงอยู่กับเราคนไทยไปอีกนานแสนนานและออกนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที
๒. ให้ผู้เรียนร่วมวิเคราะห์
- วิธีการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่พบเห็น
- วิเคราะห์แบบอย่างในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่พบเห็น
ร่วมกันสรุปเป็นผังความคิด แล้วนำมาเสนอ


















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ชุมชนน่าอยู่อย่างพอเพียง จำนวน ๑๙๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๑.๓ รู้รักษ์วัฒนธรรม นำไทยสู่สากล (ต่อ) จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา ศาสนา และหน้าที่ พลเมือง สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒
การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สาระพัฒนาสังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๓
ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม สาระความรู้พื้นฐาน รหัสวิชา พต ๓๑๐๐๑
ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ สาระความรู้พื้นฐาน รหัสวิชา พต ๓๒๐๐๕
การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม สาระความรู้พื้นฐาน รหัสวิชา พท ๓๒๐๑๐

ตัวชี้วัด
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของข้อมูลตนเอง ครอบครัว ชุมชนสังคม
๒. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของสังคมไทยและเลือกรับ ปรับ ใช้วัฒนธรรมจากต่างชาติได้อย่างเหมาะสมกับตนเองและสังคมไทย
๓. ประพฤติปฏิบัติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคมโลก
๔. ปฏิบัติตนตามมารยาท วัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง
๕. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมอังกฤษกับวัฒนธรรมไทย
๖. อ่านวรรณคดีและวรรณกรรมได้เข้าใจ
๗. จับใจความ แปลความ ตีความ วิเคราะห์วิจารณ์ได้อย่างมีเหตุผลและมีหลักเกณฑ์
๘. สามารถใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการจัดการด้านการเรียน การแสวงหาความรู้ การเข้าสู่สังคมและการศึกษาต่อ รวมทั้งเชื่อมโยงความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

เนื้อหา
๑. ความหมาย ความสำคัญประโยชน์ ของข้อมูลด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณ๊
๒. แนวทางในการเลือกรับ ปรับใช้วัฒนธรรมต่างชาติได้อย่างเหมาะสมกับตนเองและสังคมไทย
๓. ค่านิยมที่พึงประสงค์ของประเทศต่าง ๆ ในโลก (การตรงต่อเวลา ความมีระเบียบ ฯลฯ)
๔. การใช้ภาษาในการสื่อสารได้เหมาะสมตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๕. ความเชื่อและขนบธรรมเนียม ประเพณีของเจ้าของภาษา
๖. หลักการอ่าน และวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม
๗. การแปลความ ตีความ จับใจความ การวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม
๘. เปรียบเทียบ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต บทกลอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๙. ภูมิหลังเจ้าของภาษาวัฒนธรรม
๑๐. เพลงและโคลง

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูพูดว่า “ลักษณะของสังคมไทยในปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นในปัจจุบันมักหลงลืมความเป็นตนเองแบบไทย ๆ รับวัฒนธรรมต่างชาติมาในทางที่ผิด แล้วผู้เรียนคิดอย่างไรบ้างกับประเด็นดังกล่าว” ให้ผู้เรียน ๒ - ๓ คน แสดงความคิดเห็น (๑๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาแนวทางในการเลือกรับปรับใช้วัฒนธรรมต่างชาติได้อย่างเหมาะสมกับตนเองและสังคมไทย แล้วส่งตัวแทนนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที (๒๐ นาที)
๒. ครูและผู้เรียนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ การประพฤติปฏิบัติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ของประเทศต่าง ๆ ในโลก (การตรงต่อเวลา ความมีระเบียบ ฯลฯ) และการปฏิบัติตนตามมารยาท วัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ โดยเขียนลงในกระดาษบรู๊ฟแล้วสรุปประเด็นต่าง ๆ (๓๐ นาที)
๓. ครูให้ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมุติตามกลุ่มที่แบ่งไว้ ซึ่งแสดงเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ น้ำเสียงและภาษาท่าทางได้อย่างเหมาะสมกับบุคคล เวลา สถานที่และโอกาส เช่น การสัมผัสมือ การโบกมือ การใช้สีหน้าท่าทาง และน้ำเสียงประกอบการพูด การแนะนำตัวเอง การแสดงความรู้สึกในโอกาสต่างๆ การแต่งกาย การรับประทานอาหาร่วมงานงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ (๓๐ นาที)
๔. ครูแจกบทความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความเป็นมาของความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ ในสังคมของเจ้าของภาษาอังกฤษ การทำกิจกรรมตามความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ ในด้าน บทเพลง การแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่มและการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องได้แก่วันคริสต์มาส วันขอบคุณพระเจ้า วันวาเลนไทน์ และวันพ่อ ให้ผู้เรียนแปลความหมาย และร่วมกันวิเคราะห์ภายในกลุ่มเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมอังกฤษกับวัฒนธรรมไทย แล้วส่งตัวแทนนำเสนอ กลุ่มละ ๕ นาที (๒๐ นาที)
๕. ครูให้ผู้เรียนร่วมกันภายในกลุ่มเขียนชื่อวรรณกรรมและวรรณคดีไทยมากลุ่มละ ๒ เรื่อง แล้วให้การวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมที่เลือก ลงในกระดาษ A๔ จำนวน ๑ แผ่น (๓๐ นาที)
๖. ครูแจกใบความรู้เกี่ยวกับเพลงและโคลงภาษาอังกฤษ อ่านไปพร้อมกับผู้เรียน แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันแปลความหมายข่าว เพลงและโคลงภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย (๓๐ นาที)
๗. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสำนวน คำพังเพย สุภาษิต บทกลอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้วนำมาสรุปเป็นรูปเล่ม เย็บมุม ส่งครูในวันพบกลุ่มครั้งต่อไป (จำนวน ๒๐ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน




บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล



















ตัวอย่างบทความรู้
Songkran Festival.
Is the Thai New Year. Which abide the ancient continuity. And a national culture that is deeply embedded in the beautiful life of people the word "Songkran" comes from a dead language, Ericsson Inc., or move through the means of movement means Thai long.
The sun moved into the universe of any dignity. Is any dignity. However, the interpretation of Thai people generally use. Defined only on the sun and time moving into Aries in April only.

Songkran Festival
is a tradition of New Year''s in hot countries. Unlike the countries discussed in the winter issue of the New Year. Songkran Day is the day together, including all ๓.
On ๑๓ April Mhasgkrants. Day or New Year''s Eve means a big step up grilled or Songkran is the year that orbit the sun into Aries. A major cleaning day. Cleansing the body. And hearts to clean. Start playing a splash on the first day.
๑๔ days on medium or Wannena means is located on the next day from day ๑ Mhasgkrants the sun into the Ram already. A day that typically has many local activities such as play. Kntraiekgawand. J. King make good soup. Songkran Festival parade. The cultural and entertain other play ... splash traditional Thai often play this very special day.
And on April ๑๕ is New Year''s day means the day the new era. Is put on merits welcome the new year. Emissions released birds, fish. The charity dedicated to fathers who passed away. The water Dmhaw adult.
The man who for. People respect. To ask for forgiveness and cry b hat to the new year is similar to the glory of New Life and provide a clean priest Buddha is also honorable national importance. .. Today also played the same splash. But in the legend of the Songkran Festival, as well as related traditions. Songkran is always with her. Evidence has shown in the main stone inscription of Wat Praechtupn Magclaram pure



คำแปลภาษาไทย
ประเพณีสงกรานต์
ถือ เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนไทยมาช้านาน
การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่า นั้น

วันสงกรานต์
เป็นประเพณีการขึ้นปีใหม่ในประเทศแถบร้อน ซึ่งแตกต่างจากประเทศแถบหนาวดังที่กล่าวไว้ในเรื่องของวันปีใหม่ วันสงกรานต์มีทั้งหมด ๓ วันด้วยกัน ได้แก่
วันที่ ๑๓ เมษายน วันมหาสงกรานต์ หรือวันส่งท้ายปีเก่า หมายถึง ก้าวหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่ คือ สงกรานต์ปี การที่พระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันทำความสะอาดใหญ่ ชำระล้างร่างกาย และจิตใจให้ใสสะอาด เริ่มมีการเล่นสาดน้ำเป็นวันแรก
วันที่ ๑๔ วันกลาง หรือวันเนา หมายถึง อยู่คือวันที่ถัดมาจากวันมหาสงกรานต์ ๑ วัน การที่พระอาทิตย์เข้ามาอยู่ในราศีเมษเรียบร้อยแล้ว เป็นวันที่มักมีการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านมากมายเช่น ขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีทราย ขบวนแห่ประเพณีสงกรานต์ การแสดงทางวัฒนธรรมและมหรสพอื่นๆ ... การเล่นสาดน้ำตามประเพณีไทยมักเล่นกันวันนี้มากเป็นพิเศษ
และวันที่ ๑๕ เมษายน เป็น วันเถลิงศก หมายถึง วันขึ้นศกใหม่ เป็นวันทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ ปล่อยนกปล่อยปลา อุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มีการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษและขอพรปีใหม่เพื่อเป็นศิริมง คลต่อชีวิต ตลอดจนจัดให้มีการสรงน้ำพระสงฆ์ พระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองอีกด้วย ..วันนี้ยังมีการเล่นสาดน้ำอยู่เช่นกัน แต่ในส่วนของตำนานวันสงกรานต์รวมถึงประเพณีที่เกี่ยว ข้องกับนางสงกรานต์นั้น มีหลักฐานปรากฏในหลักศิลาจารึกของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม



ที่มา www.vcharkarn.com



The Royal Ploughing Ceremony

The annual Ploughing Ceremony usually takes place in May every year at Sanam Luang near the Grand Palace in Bangkok. The ceremony has been performed since ancient times and designed to give an auspicious beginning to the new planting season.
In fact, the Ploughing Ceremony is of Brahman origin and it was practised even before the birth of Lord Buddha who, then a Prince, used to take part in the ceremony. The auspicious day and time are to set by the Royal Brahman astrologers. Nowadays, although Their Majesties are present at the ceremony, the King no longer takes the leading role, His Majesty the King appoints the Ploughing Lord as his representative to carry out the rites.
During this colourful ceremony, the amount of rainfall to be expected in the coming season is forecast. The Ploughing Lord is offered a choice of three lengths of cloth, all looking identical, if his choice is the longest one there will be little rain during the coming year; if it is the shortest one, rain will be plentiful while the one of medium length indicates average rain.
After donning the piece of cloth, called “Panung”, the Ploughing Lord then ploughs furrows in Sanam Luang with a sacred plough of red and gold drawn by sacred white bulls and followed by four consecrated ladies who carry gold and silver baskets filled with rice seed. Walking alongside the plough are Brahmans who are chanting and blowing conch shells.
When the ploughing is finished the bulls are presented with seven different foods and drink, i.e. rice seed, beans, maize, hays, sesame seed, water and alcoholic liquor. Whatever the bulls choose to eat or drink, it is forecast that this will be plentiful during the year.
After the ceremony has ended, the crowds scramble for the seeds sown by the Ploughing Lord as the seeds are regarded as things that twill bring the owners wealth and good luck. The farmers will mix the seeds with their own rice to ensure a good crop in the coming year.










พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรก นาขวัญนี้ จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปีที่ท้องสนามหลวงใกล้พระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานคร ประเพณีนี้ถือปฏิบัติมาตั้งแต่อดีตกาล โดยมุ่งหวังที่จะให้เป็นสิริมงคลแก่ฤดูกาลเพาะปลูกใหม่
ความจริงแล้ว พิธีแรกนาขวัญนี้มีแหล่งกำเนิดมาจากศาสนาพราหมณ์และถือปฏิบัติกันมาก่อนสมัย พุทธกาลเสียด้วยซ้ำไป ดังจะเห็นได้จากครั้งที่พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าชายก็ยังเคยเข้าร่วมพิธีนี้ ส่วนวันและเวลา อันเป็นมงคลสำหรับการประกอบพิธีนั้นก็จะถูกกำหนดขึ้นโดยโหรหลวง ทุกวันนี้แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม ราชินีนาถ จะทรงเสด็จมาเป็นประธานในพิธีแต่พระมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ทรงนำขบวนด้วย พระองค์เอง หากแต่ทรงแต่งตั้งพระยาแรกนาขวัญให้เป็นผู้นำในพิธีแทน
ในระหว่างพิธีอันสวย งามนี้ ก็จะมีการทำนายปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง และแล้วพระยาแรกนาก็จะทำการเลือกผ้า ๓ ผืน ที่มีความยาวต่างขนาดกัน ตามชอบใน ผ้าทั้ง ๓ ผืน นี้จะดูคล้ายกัน ถ้าพระยาแรกนาเลือกผืนที่ยาวที่สุดก็ทายว่าปริมาณน้ำฝนจะมีน้อย ถ้าเลือกผืนที่สั้นที่สุดก็ทายว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมากและถ้าเลือกผืนที่มี ความยาวขนาดปานกลางทายว่าจะมีปริมาณน้ำฝนพอประมาณ
หลังจากสวมเสื้อผ้า เรียกว่า “ผ้านุ่ง” เรียบร้อยแล้ว พระยาแรกนาก็จะไถลงไปบนพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยพระนังคัลสีแดงและสีทองซึ่ง ลากโดยพระโคผู้สีขาว ตามขบวนด้วยเทพีทั้ง ๔ ผู้ซึ่งหาบกระเช้าทองและกระเช้าเงินที่บรรจุด้วยเมล็ดข้าวเปลือก นอกจากนี้ก็ยังมีคณะพราหมณ์เดินคู่ไปกับขบวนพร้อมทั้งสวดและเป่าสังข์ไป พร้อมๆ กัน
เมื่อเสร็จจากการไถ แล้ว พระโคก็จะได้รับการป้อนพระกระยาหารและเครื่องดื่ม ๗ ชนิด คือ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้า เมล็ดงา น้ำ และเหล้า ไม่ว่าพระโคจะเลือกกินหรือดื่มสิ่งใด ก็ทายว่าปีนั้นจะอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่พระโคเลือกนั้น
หลังจากพิธีจบลง ฝูงชนก็จะกรูเข้าไปแย่งเมล็ดข้าวที่หว่านโดยพระยาแรกนา เพราะว่าเมล็ดข้าวนี้ถือว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลแก่ ผู้ที่มีไว้ในครอบครองชาวนาก็จะใช้เมล็ดข้าวนี้ผสมกับเมล็ดข้าวของตนเพื่อ ให้พืชผลในปีที่จะมาถึงนี้อุดมสมบูรณ์
วันพืชมงคล ภาษาอังกฤษ , พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ภาษาอังกฤษ ,ประวัติวันพืชมงคล ภาษาอังกฤษ , วันพืชมงคลเป็นภาษาอังกฤษ , พระราชพิธีแรกนาขวัญ ภาษาอังกฤษ , พิธีแรกนาขวัญ ภาษาอังกฤษ
ที่มา www.guidescenter.com
ใบงานที่ ๕

๑. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาแนวทางในการเลือกรับปรับใช้วัฒนธรรมต่างชาติได้อย่างเหมาะสมกับตนเองและสังคมไทย แล้วส่งตัวแทนนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที
๒. ให้ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมุติตามกลุ่มที่แบ่งไว้ ซึ่งแสดงเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ น้ำเสียงและภาษาท่าทางได้อย่างเหมาะสมกับบุคคล เวลา สถานที่และโอกาส เช่น การสัมผัสมือ การโบกมือ การใช้สีหน้าท่าทาง และน้ำเสียงประกอบการพูด การแนะนำตัวเอง การแสดงความรู้สึกในโอกาสต่างๆ การแต่งกาย การรับประทานอาหาร่วมงานงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ
๓. ให้ผู้เรียนอ่านบทความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความเป็นมาของความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ ในสังคมของเจ้าของภาษาอังกฤษ การทำกิจกรรมตามความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่าง ๆ ในด้านบทเพลง การแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่มและการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องได้แก่วันคริสต์มาส วันขอบคุณพระเจ้า วันวาเลนไทน์ และวันพ่อ ให้ผู้เรียนแปลความหมาย และร่วมกันวิเคราะห์ภายในกลุ่มเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมอังกฤษกับวัฒนธรรมไทย แล้วส่งตัวแทนนำเสนอ กลุ่มละ ๕ นาที
๔. ให้ผู้เรียนร่วมกันภายในกลุ่มเขียนชื่อวรรณกรรมและวรรณคดีไทยมากลุ่มละ ๒ เรื่อง แล้วให้การวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมที่เลือก ลงในกระดาษ A๔ จำนวน ๑ แผ่น









แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ชุมชนน่าอยู่อย่างพอเพียง จำนวน ๑๙๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๑.๔ กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยและทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย รหัสวิชา สค ๓๒๐๐๙
ทรัพย์สินทางปัญญา รหัสวิชา สค ๓๓๐๐๘

ตัวชี้วัด
๑. อธิบายเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยได้
๒. อธิบายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โทษการละเมิดลิขสิทธิ์ได้
๓. อธิบายเกี่ยวกับเวลาคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ได้

เนื้อหา
๑. มีความเป็นมาและความสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย
๒. ความเป็นมาและความสำคัญเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย
๓. ลิขสิทธิ์ของลูกจ้าง
๔. งานไม่มีลิขสิทธิ์
๕. การละเมิดลิขสิทธิ์ และโทษการละเมิดลิขสิทธิ์
๖. กฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และโทษการละเมิดลิขสิทธิ์
๗. สิทธิคุ้มครองผู้บริโภค
๘. ขอบเขตคุ้มครองงานสร้างสรรค์
๙. เวลาคุ้มครองงานลิขสิทธิ์
๑๐. กรณีศึกษาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์



การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูนำแผ่น CD เพลง ให้ผู้เรียนสังเกตหน้าปกและหลังปก แผ่น CD ว่ามีอะไรบ้าง แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันอภิปราย (๑๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูเชื่อมโยงจากการที่ให้ผู้เรียนช่วยกันอภิปราย การสังเกตแผ่น CD เพลง แล้วเน้นไปที่ข้อความ “ลิขสิทธิ์” เพื่อให้ผู้เรียนเห็นว่าผลงานนี้มีลิขสิทธิ์ แล้วถามผู้เรียนว่า ลิขสิทธิ์ คืออะไร (๒๐ นาที)
๒. ครูแจกใบความรู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องกฎหมายสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค อธิบายความเป็นมาและความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย และสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค (๔๐ นาที)
๓. ครูให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน อภิปรายประเด็น “ถ้าท่านจะซื้อวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม โสตทัศน์วัสดุ ภาพยนตร์ ฯลฯ ท่านจะเลือกซื้อสิ่งที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเหตุใด” แล้วส่งตัวแทนนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที (๔๐ นาที)
๔. ให้ผู้เรียนร่วมกันวางแผนการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้เป็นศูนย์ร้องทุกข์ และให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค ลิขสิทธิ์ของลูกจ้าง งานไม่มีลิขสิทธิ์ กฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ และโทษการละเมิดลิขสิทธิ์ (๕๐ นาที)
๕. ครูมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (๑๐ นาที)
- ให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากผู้รู้ สื่อ ตำรา วารสาร หนังสือพิมพ์แล้วจัดทำรายงาน ผลงานที่ได้ลิขสิทธิ์ของประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ ในโลก (เป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม) (จำนวน ๔๐ ชั่วโมง)
- จัดหาวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ฯลฯ หรือผลงานที่ได้รับลิขสิทธิ์มาจัดไว้ในแหล่งเรียนรู้ (จำนวน ๖๐ ชั่วโมง)
- จัดรายงานเกี่ยวกับขอบเขตคุ้มครองงานสร้างสรรค์ เวลาคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ กรณีศึกษาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ (จำนวน ๕๗ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล



ใบความรู้
เรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย

ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งานที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น โดยการแสดงออกตามประเภทงานลิขสิทธิ์ต่างๆ ลิขสิทธิ์ เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญาความรู้ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะสร้างสรรค์งานขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น " ทรัพย์สินทางปัญญา" ประเภทหนึ่งที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเจ้าของผลงานลิขสิทธิ์ จึงควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ เป็นทรัพย์สินที่สามารถซื้อ ขาย โอนสิทธ์ กันได้ ทั้งทางมรดก หรือโดยวิธีอื่นๆ การโอนลิขสิทธิ์ควรที่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือทำเป็นสัญญาให้ชัดเจน จะโอนสิทธ์ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗ กำหนดงานที่ได้รับความคุ้มครอง อันได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภท วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองแก่งานสร้างสรรค์ ๙ ประเภท ได้แก่
๑. งานวรรณกรรม ( หนังสือ จุลสาร สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ )
๒. งานนาฏกรรม ( ท่ารำ ท่าเต้น ฯลฯ )
๓. งานศิลปกรรม ( จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ศิลปประยุกต์ ฯลฯ )
๔. งานดนตรีกรรม ( ทำนอง ทำนองและเนื้อร้อง ฯลฯ )
๕. งานสิ่งบันทึกเสียง ( เทป ซีดี )
๖. งานโสตทัศนวัสดุ ( วีซีดี ดีวีดี ที่มีภาพหรือมีทั้งภาพและเสียง )
๗. งานภาพยนตร์
๘. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
๙. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะขอบเขตคุ้มครองงาน สร้างสรรค์
โทษการละเมิดลิขสิทธิ์ กฎหมายคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ แล้วกำหนดโทษหนักแก่ผู้ทำละเมิดไว้ชัดเจน การละเมิดต่องานของผู้สร้างสรรค์ทั้งทำซ้ำ ดัดแปลงงาน เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับความยินยอม ตามกฎหมาย ต้องมีโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หากพฤติกรรมทำละเมิดดังกล่าวเพื่อการค้า ผู้กระทำจะมีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวอย่างเช่น นักคัดลอกนำนิยายของนักเขียนอื่นมาดัดแปลงแล้วอ้างเป็นงานของตนเพื่อจัดพิมพ์เป็นเล่มขายในท้องตลาด จักเห็นว่านักคัดลอกจงใจทำละเมิดงานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อเจตนาทางการค้า คือ พิมพ์งานเป็นเล่มออกขายในตลาด เป็นต้น หากสำนักพิมพ์นำงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ถูกละเมิดโดยนักคัดลอกดังกล่าวไปจำหน่ายทั้ง ที่รู้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น จักต้องรับโทษจำคุกสามเดือนถึงสองปี หรือโทษปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้วย ผู้ทำละเมิดลิขสิทธิ์ต้องรับโทษอาญาแล้ว ผู้นำงานอันละเมิดดังกล่าวไปหาประโยชน์ทางการค้าจักรับโทษอาญาในส่วนความผิดของตนอีกด้วย ถ้าเคยโดนลงโทษฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์มาแล้ว ยังกระทำความผิดเดียวกันนี้อีกภายในห้าปี เขาจะถูกลงโทษหนักเป็นสองเท่าของโทษที่พิจารณาคดีในเวลานั้นฐานไม่เข็ดหลาบอีกด้วย การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องต้องห้ามและควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เพราะต้องรับโทษอาญา รับความอับอายต่อสาธารณชนในการประจานตัวเอง ต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนสูง ซึ่งอาจมากกว่ารายได้ซึ่งเคยรับเงินไว้ก็ได้ นักคัดลอกและสำนักพิมพ์ต้องเสียชื่อเสียง ซึ่งมิอาจประเมินค่าเป็นเงิน โดยเฉพาะขาดความเชื่อถือต่ออนาคตของการทำงานหรือสถานะทางสังคมไป ดังนั้น การสร้างสรรค์งานใหม่ด้วยฝีมือของตัวเอง นอกจากเป็นความภูมิใจส่วนตัวแล้ว ยังสร้างรายได้ เกียรติภูมิ ให้ตนเองและครอบครัว มากกว่าการเป็นนักคัดลอกดัดแปลงแอบอ้างอย่างแน่นอนเวลาคุ้มครองงาน กฎหมายคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้สร้างสรรค์งานโดยมีบทลงโทษเข้มงวดแล้วยังกำหนดระยะเวลาไว้ด้วย โดยให้คุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ซึ่งทายาทของผู้สร้างสรรค์จักหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นี้ได้ในช่วงนั้น เมื่อพ้นห้าสิบปีแล้ว งานชิ้นนี้จะตกเป็นสมบัติของแผ่นดินซึ่งรัฐจะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งดูแลมิให้เกิดการดัดแปลงงานดังกล่าวไปเกินขอบเขตอันควรหรือเป็นการทำลายงานชิ้นนั้น คนไทยสามารถนำไปตีพิมพ์ เผยแพร่งานต่อสาธารณชนได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่ทายาทผู้สร้างสรรค์อีกต่อไปอันถือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ตัวอย่างเช่น นายนพเขียนนิยายเรื่องหนึ่ง กฎหมายจะคุ้มครองนายนพในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์นิยายเรื่องดังกล่าวตลอดอายุของเขา ห้ามผู้ใดทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายนพก่อน หลังจากนายนพตายแล้ว ทายาทของเขาเป็นผู้รับมรดกนิยายเรื่องนี้ต่อไปอีกห้าสิบปีในการหาประโยชน์หรือดูแลมิให้เกิดการละเมิดงานชิ้นนี้ หากพ้นห้าสิบปีไปแล้วงานชิ้นนี้จะไปอยู่ในความดูแลของรัฐในฐานะสมบัติของแผ่นดินซึ่งคนไทยสามารถนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือจ่ายด้วยอัตราน้อย ซึ่งแล้วแต่กติกาของรัฐ ณ เวลานั้น เป็นต้น

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา





ใบความรู้
เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

๑. ทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร
ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์อีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น
๒. ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา
โดยทั่ว ๆ ไป คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท โดยที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ที่เรียกว่า ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม แท้ที่จริงแล้ว ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมนี้ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม ความคิดสร้างสรรค์นี้จะเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะเป็นกระบวนการ หรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างสวยงามของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือยี่ห้อ ซื่อและถิ่นที่อยู่ทางการค้า ที่รวมถึงแหล่งกำเนิดสินค้าและการป้องกันการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม จึงสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
- สิทธิบัตร (Paent)
- เครื่องหมายการค้า (Trademark)
- แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout - Designs Of Inegrated Circuit)
- ความลับทางการค้า (Trade Secrets)
- สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indicaion)
๓. ความหมายของทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท
ลิขสิทธิ์ หมายถึง งานหรือความคิดสร้างสรรค์ในสาขาวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม งานภาพยนตร์ หรืองานอื่นใดในแผนกวิทยาศาสตร์ลิขสิทธิ์ยังรวมทั้งสิทธิค้างเคียง (Neighbouring Right) คือ การนำเอางานด้านลิขสิทธิ์ออกแสดง เช่น นักแสดง ผู้บันทึกเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ในการบันทึกหรือถ่ายทอดเสียงหรือภาพโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Program หรือ Computer Software) คือ ชุดคำสั่งที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อกำหนดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน งานฐานข้อมูล (Data Base) คือ ข้อมูลที่ได้รับเก็บรวบรวมขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ
สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) หรือ ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด
การประดิษฐ์ คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกลของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิตการักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์
การออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการทำให้รูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์เกิดความสวยงาม และแตกต่างไปจากเดิม
ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย
แบบผังภูมิของวงจรรวม หมายถึง แผนผังหรือแบบที่ทำขึ้น เพื่อแสดงถึงการจัดวางและการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า เช่น ตัวนำไฟฟ้า หรือตัวต้านทาน เป็นต้น
เครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้า หรือบริการ ได้แก่
เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น โค้ก เป๊ปซี่ บรีส แฟ้บ เป็นต้น
เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับการบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เป็นต้น
เครื่องหมายรับรอง (Certificaion mark) คือเครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้า หรือบริการนั้น เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ เป็นต้น
เครื่องหมายร่วม (Colective Mark) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาบบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัทปูนซิเมนไทย จำกัด เป็นต้น
ความลับทางการค้า หมายถึง ข้อมูลการค้าที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป และมีมูลค่าในเชิงพาณิชย์เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นความลับ และมีการดำเนินการตามความสมควรเพื่อรักษาข้อมูลนั้นไว้เป็นความลับ
ชื่อทางการค้า หมาถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น โกดัก ฟูจิ เป็นต้น
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทน แทนแหล่งภูมิศาสตร์ และสามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้นเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เช่น มีดอรัญญิก ส้มบางมด ผ้าไหมไทย แชมเปญ คอนยัค เป็นต้น
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ๔ ฉบับ คือ
๑. พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒. พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ท แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗
๓. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
๔. พระราชบัญญัติคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม พ.ศ. ๒๕๔๓

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีพันธกรณีตามการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศ ที่จะต้องออกกฎหมายให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ต่อไปในอนาคต






ใบความรู้
เรื่องกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนในสังคม โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการบริโภคสินค้าและการใช้บริการ เช่น มนุษย์ต้องบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม ต้องใช้บริการรถประจำทาง รถไฟฟ้า รวมทั้งบริการอื่น ๆเพื่ออำนวยความสะดวก เช่น การใช้บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ดังนั้นการบริโภคหรือการใช้บริการต่าง ๆจะต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพครบถ้วนตามที่ผู้ผลิตได้โฆษณาแนะนำไว้ ด้วยเหตุนี้ รัฐในฐานะผู้คุ้มครองดูแลประชาชน หากพบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการบริโภคสินค้าและบริการจะต้องรีบ เข้าไปแก้ไขเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับประชาชน
หน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอยู่หลากหลายและกระจายตามประเภทของการบริโภคสินค้าและบริการ เช่น
๑. กรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับอาหาร ยา หรือเครื่องสำอาง เป็นหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณาสุข ที่ต้องเข้ามาดูแล
๒. กรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องเข้ามาดูแล
๓. กรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับเจ้าของธุรกิจจัดสรรที่ดิน อาคารชุด เป็นหน้าที่ของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยเข้ามาดูแล
๔. กรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับคุณภาพหรือราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพานิชย์ ที่ต้องเข้ามาดูแล
๕. กรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับการประกันภัยหรือประกันชีวิต เป็นหน้าที่ของกรมการประกันภัย กระทรวงพานิชย์ ที่ต้องเข้ามาดูแล
สำหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ จัดเป็นกฎหมายเฉพาะที่ที่ไม่ซับซ้อนหรือขัดกับอำนาจหน้าที่ของหน่ายงานที่คุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ ตามตัวอย่างข้างต้น เพราะหากเกิดกรณีจำเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้ดำเนินการแก้ไขหรือดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย ผู้เดือดร้อนสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สั่งการแก้ไขแทนได้ เพราะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานคุ้มครองด้านการบริโภคสินค้าและบริการทั่วไป นอกเหนือจากการทำงานของหน่วยงานอื่น ๆ
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคได้ ๕ ประการคือ
๑) สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการอย่างถูกต้อง ทำให้ไม่หลงผิดในคุณภาพสินค้าและบริการ
๒) สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกสินค้าและบริการโดยปราศจากการชักจูงก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า
๓) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีที่ใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
๔) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย อันหมายถึง สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง และชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภค
นอกจากนี้ ผู้บริโภคจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริโภค โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ในที่นี้จะขอกล่าวถึงหน้าที่ของผู้บริโภคที่ควรปฏิบัติ คือ
๑) ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการซื้อสินค้าหรือรับบริการ เช่น ตรวจสอบฉลากแสดงราคาและปริมาณ ไม่หลงเชื่อในคำโฆษณาคุณภาพสินค้า
๒) การเข้าทำสัญญาผูกมัดการตามกฎหมาย โดยการลงมือชื่อ ต้องตรวจสอบความชัดเจนของภาษาที่ใช้ตามสัญญาให้เข้าใจรัดกุม หรือควรปรึกษาผู้รู้ทางกฎหมายหากไม่เข้าใจ
๓) ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ต้องการให้มีผลบังคับใช้ ควรทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ประกอบธุรกิจด้วย
๔) ผู้บริโภคมีหน้าที่เก็บหลักฐานไว้ เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย
๕) เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้บริโภคควรดำเนินการเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค



ใบงานที่ ๖
๑. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๔-๕ คน อภิปรายประเด็น “ถ้าท่านจะซื้อวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม โสตทัศน์วัสดุ ภาพยนตร์ ฯลฯ ท่านจะเลือกซื้อสิ่งที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ เพราะเหตุใด” แล้วส่งตัวแทนนำเสนอกลุ่มละ ๕ นาที (๔๐ นาที)
๒. ให้ผู้เรียนร่วมกันวางแผนการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้เป็นศูนย์ร้องทุกข์ และให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิคุ้มครองผู้บริโภค ลิขสิทธิ์ของลูกจ้าง งานไม่มีลิขสิทธิ์ กฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ และโทษการละเมิดลิขสิทธิ์


















ใบงานที่ ๗
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๑. ให้ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากผู้รู้ สื่อ ตำรา วารสาร หนังสือพิมพ์แล้วจัดทำรายงาน ผลงานที่ได้ลิขสิทธิ์ของประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ ในโลก (เป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม) (จำนวน ๔๐ ชั่วโมง)
๒. จัดหาวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ฯลฯ หรือผลงานที่ได้รับลิขสิทธิ์มาจัดไว้ในแหล่งเรียนรู้ (จำนวน ๖๐ ชั่วโมง)
๓. จัดรายงานเกี่ยวกับขอบเขตคุ้มครองงานสร้างสรรค์ เวลาคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ กรณีศึกษาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ (จำนวน ๕๗ ชั่วโมง)
















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อาชีพมั่นคง ชุมชนยั่งยืน จำนวน ๑๘๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๒.๑ โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร ๐๒๐๐๖

ตัวชี้วัด
๑. มีความรู้ ความเข้าใจ หลักการและแนวคิดโครงงาน ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ประเภทของโครงงาน การเตรียมการทำโครงงาน ทักษะและกระบวนการในการทำโครงงาน การดำเนินการในการทำโครงงาน
๒. มีความสามารถในการดำเนินการทำโครงงาน และสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงาน
๓. มีเจตคติที่ดีต่อการทำโครงงานและเห็นคุณค่าของโครงงาน

เนื้อหา
๑. หลักการและแนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
๒. ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
๓. การเตรียมการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
๔. ทักษะและกระบวนการที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ (การหาข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล การจัดทำข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การพัฒนาต่อยอดความรู้)
๕. การดำเนินการในการทำโครงงาน เช่น การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การทำไดอารี่ ออนไลน์
๖. การสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงาน

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูยกตัวอย่างชิ้นงานหนึ่งชิ้น แล้วให้ผู้เรียนร่วมกันแสดงความเห็นว่าได้อะไรจากชิ้นงานชิ้นนี้ และงานชิ้นนี้มีประโยชน์อย่างไร คิดว่ามีวิธีการในการทำอย่างไร ให้ผู้เรียนตอบคำถาม ๓ – ๔ คน จากนั้นครูแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียน (๑๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูอธิบายหลักการและแนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ (๓๐ นาที)
๒. ครูอธิบายการเตรียมการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ (๓๐ นาที)
๓. ครูอธิบายทักษะและกระบวนการที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ (การหาข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล การจัดทำข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การพัฒนาต่อยอดความรู้) และบอกหัวข้อของการทำโครงงาน โดยเขียนลงกระดาษบรู๊ฟ (๓๐ นาที)
๔. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วางแผนจัดทำโครงงานกลุ่มละ ๒ ชิ้น งานชิ้นที่ ๑ เป็นโครงงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง งานชิ้นที่ ๒ เป็นโครงงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาเขียนตามหัวข้อการทำโครงงาน แล้วส่งตัวแทนนำเสนอชื่อเรื่อง (๖๐ นาที)
๕. ครูมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (๑๐ นาที)
- ให้ผู้เรียนดำเนินการจัดทำโครงงานของกลุ่มที่นำเสนอไว้ (๑๐๐ ชั่วโมง)
- ให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานของกลุ่มตนเอง (๒๗ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน



บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล












ใบงานที่ ๑
ให้ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วางแผนจัดทำโครงงานกลุ่มละ ๒ ชิ้น งานชิ้นที่ ๑ เป็นโครงงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง งานชิ้นที่ ๒ เป็นโครงงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาเขียนตามหัวข้อการทำโครงงาน แล้วส่งตัวแทนนำเสนอชื่อเรื่อง



















ใบงานที่ ๒
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

- ให้ผู้เรียนดำเนินการจัดทำโครงงานของกลุ่มที่นำเสนอไว้ (๑๐๐ ชั่วโมง)
- ให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานของกลุ่มตนเอง (๒๗ ชั่วโมง)




















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๗

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อาชีพมั่นคง ชุมชนยั่งยืน จำนวน ๑๘๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๒.๒ ศักยภาพธุรกิจและการจัดทำแผนพัฒนาการตลาด จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๓

ตัวชี้วัด
๑. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และความจำเป็นของการพัฒนาอาชีพ เพื่อให้มีความมั่นคง
๒. อธิบายความจำเป็น และคุณค่าของการวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจ
๓. กำหนดทิศทางการตลาด
๔. กำหนดเป้าหมายการตลาด
๕. กำหนดกลยุทธ์สู่เป้าหมาย
๖. วิเคราะห์กลยุทธ์
๗. วิเคราะห์ตำแหน่งธุรกิจในระยะต่าง ๆ
๘. วิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลา
๙. กำหนดกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด


เนื้อหา
๑. ความหมาย ความสำคัญ และความจำเป็นของการพัฒนาอาชีพ
๒. ความจำเป็นของการวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจ
๓. การกำหนดทิศทางการตลาด
๔. การกำหนดเป้าหมายการตลาด
๕. การกำหนดกลยุทธ์สู่เป้าหมาย
๖. การวิเคราะห์กลยุทธ์
๗. การวิเคราะห์ตำแหน่งธุรกิจ
๘. การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลา
๙. กิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด


การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูให้ผู้เรียน แนะนำอาชีพของตนเอง จากนั้นครูแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียน (๒๐ นาที)

ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูอธิบายความหมาย ความสำคัญ และความจำเป็นของการพัฒนาอาชีพ ความจำเป็นของการวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจ (๔๐ นาที)
๒. ครูอธิบายเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางของตลาด แล้วผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ถึงความจำเป็นของการตลาด และมีทิศทางของการตลาดในไทยอย่างไร (๔๐ นาที)
๓. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน กำหนดเป้าหมายของการตลาด กำหนดกลยุทธ์สู่เป้าหมาย และการวิเคราะห์กลยุทธ์ที่กำหนด เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพของตนเองหรือของสมาชิกในกลุ่มให้มีความมั่นคงยั่งยืน (๖๐ นาที)
๔. ครูมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (๑๐ นาที)
- ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ตำแหน่งของธุรกิจในระยะต่าง ๆ แก่ ระยะเริ่มต้น ระยะสร้างตัว ระยะทรงตัว ระยะตกต่ำหรือสูงขึ้น และวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลา โดยศึกษาจากธุรกิจของตนเอง ครอบครัว ธุรกิจที่ตนเองรู้จักหรือธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ (๒๐ ชั่วโมง)
- ให้ผู้เรียนเขียนกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาดเพื่อนำมาสู่ความสำเร็จของธุรกิจ (๑๐ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน
การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน
บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล












ใบงานที่ ๓
ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน กำหนดเป้าหมายของการตลาด กำหนดกลยุทธ์สู่เป้าหมาย และการวิเคราะห์กลยุทธ์ที่กำหนด เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพของตนเองหรือของสมาชิกในกลุ่มให้มีความมั่นคงยั่งยืน























ใบงานที่ ๔
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๑. ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ตำแหน่งของธุรกิจในระยะต่าง ๆ แก่ ระยะเริ่มต้น ระยะสร้างตัว ระยะทรงตัว ระยะตกต่ำหรือสูงขึ้น และวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลา โดยศึกษาจากธุรกิจของตนเอง ครอบครัว ธุรกิจที่ตนเองรู้จักหรือธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ (๒๐ ชั่วโมง)
๒. ให้ผู้เรียนเขียนกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาดเพื่อนำมาสู่ความสำเร็จของธุรกิจ (๑๐ ชั่วโมง)


















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๘

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อาชีพมั่นคง ชุมชนยั่งยืน จำนวน ๑๘๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๒.๓ การจัดทำแผนพัฒนาการผลิตหรือการบริการ จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๓

ตัวชี้วัด
๑. อธิบายการกำหนดคุณภาพผลผลิตหรือการบริการ
๒. สามารถวิเคราะห์ทุนปัจจัยการผลิตหรือการบริการ
๓. กำหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบริการ
๔. กำหนดแผนกิจกรรมการผลิต
๕. พัฒนาระบบการผลิตหรือการริการได้

เนื้อหา
๑. การกำหนดทุนการผลิตหรือการบริการ
๒. การวิเคราะห์ทุนปัจจัยการผลิตหรือการบริการ
๓. การกำหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบริการ
๔. การกำหนดแผนกิจกรรม
๕. การพัฒนาระบบการผลิตหรือการบริการ

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูให้ผู้เรียนยกตัวอย่างปัจจัยของการผลิต มา ๔-๕ ตัวอย่าง จากนั้นครูแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียน (๒๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูอธิบายการกำหนดคุณภาพผลผลิตหรือการบริการ วิเคราะห์ทุนปัจจัยการผลิตหรือการบริการ การกำหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบริการ การกำหนดแผนกิจกรรม การพัฒนาระบบการผลิตหรือการบริการ (๖๐ นาที)
๒. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วิเคราะห์ทุนปัจจัยการผลิตหรือการบริการ การกำหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบริการ การกำหนดแผนกิจกรรม การพัฒนาระบบการผลิตหรือการบริการ (๖๐ นาที)
๓. ให้ผู้เรียนส่งตัวแทนนำเสนองานที่วิเคราะห์ กลุ่มละ ๕-๑๐ นาที (๓๐ นาที)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล

ใบงานที่ ๕
ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วิเคราะห์ทุนปัจจัยการผลิตหรือการบริการการกำหนดเป้าหมายการผลิตหรือการบริการ การกำหนดแผนกิจกรรม การพัฒนาระบบการผลิตหรือการบริการ
























แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๙

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อาชีพมั่นคง ชุมชนยั่งยืน จำนวน ๑๘๙ ชั่วโมง
เรื่องที่ ๒.๔ การพัฒนาธุรกิจเชิงรุกและโครงการให้มีความมั่นคง จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา พัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง รหัสวิชา อช ๓๑๐๐๓
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต ๓๑๐๐๑
รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง รหัสวิชา ทช ๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
๑. อธิบายความจำเป็น และคุณค่าของธุรกิจเชิงรุก
๒. อธิบายการแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
๓. อธิบายการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง
๔. วิเคราะห์ความเป็นไปไของแผนการตลาดและการผลิตหรือการบริการ
๕. เขียนโครงการการพัฒนาอาชีพได้
๖. ติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้คล่องแคล่ว
๗. รู้เข้าใจ วิเคราะห์ แนวคิดหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๘. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และการบริหารจัดการชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๙. อธิบายการสร้างรูปลักษณ์ คุณภาพสินค้าใหม่
๑๐. ตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาอาชีพ
๑๑. ปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ

เนื้อหา
๑. ความจำเป็น และคุณค่าของธุรกิจเชิงรุก
๒. การแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภค
๓. การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืน (พออยู่ พอกิน มีรายได้ มีการออม และมีทุนในการขยายอาชีพ)
๔. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนการตลาดและการผลิตหรือการบริการ
๕. การเขียนโครงการการพัฒนาอาชีพ
๖. การติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อการประกอบอาชีพ
๗. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการความรู้
๘. การบริหารจัดชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๙. สร้างรูปลักษณ์คุณภาพสินค้าใหม่
๑๐. การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ
๑๑. การปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ

การจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ
ครูกล่าวทักทายผู้เรียน แล้วถามผู้เรียนว่า เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า ครูถามผู้เรียนว่าอยากธุรกิจคืออะไร ให้ผู้เรียนตอบคำถามประมาณ ๕ -๖ คน (๑๐ นาที)
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูอธิบายความจำเป็น และคุณค่าของธุรกิจเชิงรุก การแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืน (พออยู่ พอกิน มีรายได้ มีการออม และมีทุนในการขยายอาชีพ) และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนการตลาดและการผลิตหรือการบริการ (๔๐ นาที)
๒. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วางแผนเรื่องการแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืน (พออยู่ พอกิน มีรายได้ มีการออม และมีทุนในการขยายอาชีพ) และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนการตลาดและการผลิตหรือการบริการ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๔๐ นาที)
๓. ครูยกสถานการณ์ว่า ถ้าต้องการติดต่อกับคนต่างชาติทางโทรศัพท์ ผู้เรียนจะมีวิธีการพูดโต้ตอบทางโทรศัพท์ เพื่อถาม-ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ โดยใช้สำนวนและภาษาที่เหมาะสมในการสอบถามข้อมูลเกี่ยวการสมัครงาน การซื้อ-ขายสินค้า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพและราคาของสินค้า การส่งเสริมการขาย การต่อรองราคา การรับและส่งของตัวอย่างประโยคที่ใช้ อย่างไร ให้แสดงบทบาทสมมุติเป็นกลุ่ม (๖๐ นาที)
๔. ครูมอบหมายกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (๑๐ นาที)
- ให้ผู้เรียนเขียนโครงการเกี่ยวกับการสร้างรูปลักษณ์คุณภาพสินค้าใหม่ของธุรกิจของผู้เรียนและครอบครัว แล้ววิเคราะห์การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ การปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ (๒๐ ชั่วโมง)
ขั้นสรุป
ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่เรียนมาตั้งแต่ต้นชั่วโมง และทบทวนงานที่มอบหมาย (๑๐ นาที)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล




ใบงานที่ ๖
๑. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน วางแผนเรื่องการแทรกความนิยมเข้าสู่ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืน (พออยู่ พอกิน มีรายได้ มีการออม และมีทุนในการขยายอาชีพ) และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแผนการตลาดและการผลิตหรือการบริการ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (๔๐ นาที)
๒. ตามสถานการณ์ ถ้าต้องการติดต่อกับคนต่างชาติทางโทรศัพท์ ผู้เรียนจะมีวิธีการพูดโต้ตอบทางโทรศัพท์ เพื่อถาม-ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ โดยใช้สำนวนและภาษาที่เหมาะสมในการสอบถามข้อมูลเกี่ยวการสมัครงาน การซื้อ-ขายสินค้า การให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพและราคาของสินค้า การส่งเสริมการขาย การต่อรองราคา การรับและส่งของตัวอย่างประโยคที่ใช้ อย่างไร ให้แสดงบทบาทสมมุติเป็นกลุ่ม

















ใบงานที่ ๗
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ให้ผู้เรียนเขียนโครงการเกี่ยวกับการสร้างรูปลักษณ์คุณภาพสินค้าใหม่ของธุรกิจของผู้เรียนและครอบครัว แล้ววิเคราะห์การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ การปรับปรุงโครงการพัฒนาอาชีพ (๒๐ ชั่วโมง)


















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๐


รายวิชา
๑. การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบัน รหัสวิชา พท ๓๒๐๐๙
๒. ศาสนา และหน้าที่พลเมือง รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒
๓. พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๓

ตัวชี้วัด
๑. แบ่งประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรมได้อย่างถูกต้อง
๒. สามารถบอกรูปแบบลักษณะของการนำเสนอวรรณคดีและวรรณกรรมได้อย่างถูกต้อง
๓. สามารถบอกได้ว่าวรรณกรรมเรื่องใดจัดเป็นวรรณกรรมภูมิปัญญา
๔. มีความรู้ ความเข้าใจ ศาสนาที่สำคัญๆ ในโลก
๕. ฝึกปฏิบัติพัฒนาจิต เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองให้มีสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาตนเองครอบครัว สังคม ชุมชน
๖. รู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบอำนาจรัฐ
๗. อธิบายความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
๘. รู้และเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน
๙. อธิบายหลักสิทธิมนุษยชนให้ผู้อื่นได้
๑๐. สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม
๑๑. รู้และเข้าใจ บทบาท หน้าที่ของผู้นำชุมชน
๑๒. เป็นผู้นำ ผู้ตามในการจัดทำและขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนสังคม

เนื้อหา
๑. ประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรม
๒. รูปแบบ ลักษณะของการนำเสนอวรรณคดีและวรรณกรรม
๓. ลักษณะของวรรณกรรมภูมิปัญญา
๔. ศาสนาต่าง ๆ (กำเนิดศาสนาต่าง ๆ ศาสดาของศาสนาต่าง ๆ)
๕. วิธีฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตในแต่ละศาสนา
๖. การพัฒนาสติปัญญาในการ แก้ปัญหาต่างๆ และการพัฒนาตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม (กรณีตัวอย่าง)
๗. บทบาทหน้าที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
๘. ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
๙. หลักสิทธิมนุษยชนและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
๑๐. กฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิด้านบุคคล
๑๑. การจัดทำแผนโครงการ
๑๒. การเผยแพร่สู่การปฏิบัติ
๑๓. บทบาท หน้าที่ของผู้นำ/สมาชิกที่ดีของชุมชน สังคม
๑๔. ผู้นำ ผู้ตามในการจัดแผนพัฒนา ชุมชน สังคม
๑๕. ผู้นำ ผู้ตามในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ครูอธิบายกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยให้ผู้เรียนจัดทำมานำเสนองานในการ พบกลุ่ม ครั้งที่ ๒๐ ดังนี้
๖. ให้ผู้เรียนเลือกอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันที่ตนเองสนใจ โดยสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ และประเมินคุณค่าของงานนั้นๆ ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เช่น โครงเรื่อง แนวคิด ลักษณะตัวละคร วิธีการนำเสนอ และคุณค่าที่ได้รับจากเรื่อง ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันว่ามีคุณค่าอย่างไร ด้วยเหตุผลใด จำนวน ๕ เรื่อง แล้วจัดทำเป็นรายงาน (จำนวน ๓๗ ชั่วโมง)
๗. จัดทำรายงานเรื่องศาสนาที่สำคัญในโลก โดยศึกษาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆในชุมชน จัดทำเป็นรูปเล่ม ใช้วิธีการเย็บมุมกระดาษ จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ (๓๐ ชั่วโมง)
๘. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตแล้วรายงานผลวิธีการฝึกและผลของการฝึกว่ามีส่วนช่วยให้พัฒนาสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด สรุปเป็นรายงาน เย็บมุมกระดาษ จำนวน ๓ – ๕ หน้ากระดาษ ( ๑๐ ชั่วโมง)
๙. ให้ผู้เรียนจัดทำรายงานในหัวข้อต่อไปนี้
- บทบาทหน้าที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
- ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
- หลักสิทธิมนุษยชนและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
- กฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิด้านบุคคล
จัดทำเป็นรูปเล่มรายงาน เย็บมุมกระดาษ จำนวน ๑๕ – ๒๐ หน้ากระดาษ (จำนวน ๓๗ ชั่วโมง)
๑๐. ให้ผู้เรียนทำรายงานหรือโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน และให้วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของผู้นำ/สมาชิกที่ดีของชุมชน สังคม ผู้นำ ผู้ตามในการจัดแผนพัฒนา ชุมชน สังคม และในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ (จำนวน ๓๐ ชั่วโมง)

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. กระดาษปรู๊ฟ
๒. ปากกาเคมี
๓. กระดาษ A๔
๔. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล
ใบงานที่ ๘
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๑. ให้ผู้เรียนเลือกอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันที่ตนเองสนใจ โดยสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ และประเมินคุณค่าของงานนั้นๆ ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เช่น โครงเรื่อง แนวคิด ลักษณะตัวละคร วิธีการนำเสนอ และคุณค่าที่ได้รับจากเรื่อง ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันว่ามีคุณค่าอย่างไร ด้วยเหตุผลใด จำนวน ๕ เรื่อง แล้วจัดทำเป็นรายงาน (จำนวน ๓๗ ชั่วโมง)
๒. จัดทำรายงานเรื่องศาสนาที่สำคัญในโลก โดยศึกษาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆในชุมชน จัดทำเป็นรูปเล่ม ใช้วิธีการเย็บมุมกระดาษ จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ (๓๐ ชั่วโมง)
๓. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตแล้วรายงานผลวิธีการฝึกและผลของการฝึกว่ามีส่วนช่วยให้พัฒนาสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด สรุปเป็นรายงาน เย็บมุมกระดาษ จำนวน ๓ – ๕ หน้ากระดาษ ( ๑๐ ชั่วโมง)
๔. ให้ผู้เรียนจัดทำรายงานในหัวข้อต่อไปนี้
- บทบาทหน้าที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
- ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
- หลักสิทธิมนุษยชนและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
- กฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิด้านบุคคล
จัดทำเป็นรูปเล่มรายงาน เย็บมุมกระดาษ จำนวน ๑๕ – ๒๐ หน้ากระดาษ (จำนวน ๓๗ ชั่วโมง)
๕. ให้ผู้เรียนทำรายงานหรือโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน และให้วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของผู้นำ/สมาชิกที่ดีของชุมชน สังคม ผู้นำ ผู้ตามในการจัดแผนพัฒนา ชุมชน สังคม และในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ (จำนวน ๓๐ ชั่วโมง)
แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๑

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์ จำนวน ชั่วโมง
เรื่องที่ ๓.๑ โครงสร้างทางภาษาและหน้าที่ทางภาษา จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต ๓๑๐๐๑
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ รหัสวิชา พต ๓๒๐๐๕

ตัวชี้วัด
๑. สามารถใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือในการจัดการด้านการเรียน การแสวงหาความรู้ การเข้าสู่สังคมและการศึกษาต่อ รวมทั้งเชื่อมโยงความรู้ทางด้านภาษาต่างประเทศกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
๒. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมอังกฤษกับวัฒนธรรมไทย

เนื้อหา
๑. โครงสร้างทางภาษา (Structure)
๒. หน้าที่ทางภาษา (Function)
๒.๑ การทักทาย (Greeting)
๒.๒ การกล่าวลา (Good bye)
๒.๓ การขอบคุณ (Thank you)
๒.๔ การแนะนำตัวเอง (Introducing)
๒.๕ การขอร้อง (Request)
๒.๖ การขอและให้คำแนะนำปรึกษา (Asking and Giving Advice)
๒.๗ การถามทิศทาง (Asking for Direction)
๓. คำศัพท์ (Vocabulary) Prefix – root – suffix
๔. การอ่านเพื่อจับใจความ (Reading comprehension)
๕. การเปรียบเทียบโครงสร้างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ
๒. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๓. ให้ผู้เรียนกล่าวทักทายและแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษทีละคน
๔. ครูอธิบายเรื่องการกล่าวทักทายและการแนะนำตัวเองเพิ่มเติม
๕. ครูอธิบายเรื่องการกล่าวลา การกล่าวขอบคุณ การขอร้อง การขอและให้คำแนะนำปรึกษาและการถามทิศทาง แล้วแบ่งผู้เรียนเป็น ๕ กลุ่ม ให้ผู้เรียนร่วมกันวางแผนคิดบทสนทนาเรื่องการกล่าวลา การกล่าวขอบคุณ การขอร้อง การขอและให้คำแนะนำปรึกษาและการถามทิศทาง กลุ่มละ ๑ เรื่อง โดยให้ตัวแทนกลุ่มออกมาจับฉลากว่าตนจะได้รับบทสนทนาเรื่องใด จากนั้นออกมานำเสนอบทสนทาดังกล่าวเป็นบทบาทสมมติ ใช้เวลาในการแสดง ๕ นาที เมื่อผู้เรียนนำเสนอเสร็จ ๑ กลุ่ม ครูและเพื่อนร่วมกันวิเคราะห์และให้คำแนะนำ จนครบทั้ง ๕ กลุ่ม
๖. ครูนำนิทานอีสปภาษาอังกฤษให้ผู้เรียนอ่าน เมื่ออ่านจบแล้วผู้เรียนช่วยกันหาคำศัพท์และแปลความหมายของนิทานอีสปที่ได้อ่านนั้น ขณะผู้เรียนแปลความหมายครูให้คำแนะนำในการแปลความหมายและการใช้สำนวนที่สะสลวยเพิ่มเติม
๗. ครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบโครงสร้างของภาษาไทยกับภาษาอังกฤษและโครงสร้างของประโยคต่าง ๆ แล้วให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด เมื่อผู้เรียนทำเสร็จ ครูและผู้เรียนเฉลยใบงานร่วมกัน
๘. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนร่วมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
ให้ผู้เรียนแต่งบทสนทนา ๔ เรื่องดังนี้ (จำนวน ๓๐ ชั่วโมง)
๘. การทักทาย (Greeting)
๙. การกล่าวลา (Good bye)
๑๐. การขอบคุณ (Thank you)
๑๑. การแนะนำตัวเอง (Introducing)
๑๒. การขอร้อง (Request)
๑๓. การขอและให้คำแนะนำปรึกษา (Asking and Giving Advice)
๑๔. การถามทิศทาง (Asking for Direction)

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชนและหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ
๒. นิทานอีสป
๓. ใบงาน
๔. แบบทดสอบก่อนเรียน

การประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากใบงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล



แบบทดสอบก่อนเรียน
จงเติมบทสนทนาต่อไปนี้ให้สมบูรณ์
๑. Pat : Hi . .......................................?
Paul : Fine, thanks . And you ?
Pet : ..........................................

๒. A : ...............................Top.
B : Goodmorning. Wena. .......................................?
A : How do you do ?...................................... .
B : Nice to meet you too.

๓. A: Good morning, Mr. Wilson.
B: ................................. , Miss Beth. How are you?
A: I’m very well, thank you. And..........................................?
B: ......................................., thank you.

A: .........(๔)............., you can’t smoke here
B: Why not
A: ..........(๕).............this is a library and smoking is forbidden. Look, there’s a notice.

๔. a) Ok. Thank you. b) Excuse me.
c) Oh, I’m sorry. d) Because.
๕. a) Ok. Thank you. b) Excuse me.
c) Oh, I’m sorry. d) Because.



ใบงานที่ ๑

๑. ให้ผู้เรียนร่วมกันวางแผนคิดบทสนทนาเรื่องการกล่าวลา การกล่าวขอบคุณ การขอร้อง การขอและให้คำแนะนำปรึกษาและการถามทิศทาง กลุ่มละ ๑ เรื่อง โดยให้ตัวแทนกลุ่มออกมาจับฉลากว่าตนจะได้รับบทสนทนาเรื่องใด จากนั้นออกมานำเสนอบทสนทาดังกล่าวเป็นบทบาทสมมติ ใช้เวลาในการแสดง ๕ นาที เมื่อผู้เรียนนำเสนอเสร็จ ๑ กลุ่ม ครูและเพื่อนร่วมกันวิเคราะห์และให้คำแนะนำ จนครบทั้ง ๕ กลุ่ม
๒. ให้ผู้เรียนอ่าน เมื่ออ่านจบแล้วผู้เรียนช่วยกันหาคำศัพท์และแปลความหมายของนิทานอีสปที่ได้อ่านนั้น ขณะผู้เรียนแปลความหมายครูให้คำแนะนำในการแปลความหมายและการใช้สำนวนที่สะสลวยเพิ่มเติม

















แบบฝึกหัด

คำสั่ง ให้ผู้เรียนศึกษาคำศัพท์ที่กำหนดให้และคำศัพท์อื่นที่เกี่ยวข้องกับภาษาเพื่อการสื่อสาร พร้อมทั้งเขียนคำอ่าน และคำแปล
Name อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Surname อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Birth date อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Age อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Sex อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Marital status อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Nationality อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Religion อ่านว่า ……………………… แปลว่า…………………………………………
Identity card No อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Address อ่านว่า ……………………… แปลว่า………………………………………
Telephone อ่านว่า ……………………… แปลว่า…………………………………………
Occupation อ่านว่า ……………………… แปลว่า…………………………………………
Born อ่านว่า…………………………… แปลว่า…………………………………………
Father อ่านว่า…………………………… แปลว่า………………………………………
Mather อ่านว่า…………………………… แปลว่า……………………………………….
Years อ่านว่า…………………………… แปลว่า…………………………………………
Family อ่านว่า…………………………… แปลว่า…………………………………………
Lives อ่านว่า…………………………… แปลว่า………………………………………
Thanks อ่านว่า…………………………… แปลว่า………………………………………
How do you do? อ่านว่า………………………… แปลว่า………………………………………
Nice to meet you อ่านว่า………………………… แปลว่า…………………………………………
Good morning อ่านว่า…………………………… แปลว่า………………………………………
Smoke อ่านว่า………………………………..แปลว่า…………………………………………….
Library อ่านว่า………………………………..แปลว่า…………………………………………….
Forbidden อ่านว่า………………………………..แปลว่า………………………………………….
Look อ่านว่า………………………………..แปลว่า…………………………………………….
Excuse me อ่านว่า………………………………..แปลว่า…………………………………………….
Sorry อ่านว่า………………………………..แปลว่า…………………………………………….
Because อ่านว่า……………………………. แปลว่า……………………………………
Very well อ่านว่า………………………………..แปลว่า……………………………………
Beth อ่านว่า………………………………..แปลว่า……………………………………
ต่อไปนี้เป็นบทแนะนำตนเอง ให้ผู้เรียนกรอกข้อความที่ขาดหายให้สมบูรณ์
My name is…………………………………………… I was born on…………………… I am…………………………………..years old. My father name is a ……………………………
He is………………………………..years old. My mather name is a ……………………………
She is……………………years old and now my family lives in…………………………………

จงเติมบทสนทนาต่อไปนี้ให้สมบูรณ์
๑. Pat : Hi . .......................................?
Paul : Fine, thanks . And you ?
Pet : ..........................................

๒. A : ...............................Top.
B : Goodmorning. Wena. .......................................?
A : How do you do ?...................................... .
B : Nice to meet you too.
๓. A: Good morning, Mr. Wilson.
B: ................................. , Miss Beth. How are you?
A: I’m very well, thank you. And..........................................?
B: ......................................., thank you.

A: .........(๔)............., you can’t smoke here
B: Why not
A: ..........(๕).............this is a library and smoking is forbidden. Look, there’s a notice.

๔. a) Ok. Thank you. b) Excuse me.
c) Oh, I’m sorry. d) Because.
๕. a) Ok. Thank you. b) Excuse me.
c) Oh, I’m sorry. d) Because.



ใบงานที่ ๒
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ให้ผู้เรียนแต่งบทสนทนา ๔ เรื่องดังนี้ (จำนวน ๓๐ ชั่วโมง)
๑. การทักทาย (Greeting)
๒. การกล่าวลา (Good bye)
๓. การขอบคุณ (Thank you)
๔. การแนะนำตัวเอง (Introducing)
๕. การขอร้อง (Request)
๖. การขอและให้คำแนะนำปรึกษา (Asking and Giving Advice)
๗. การถามทิศทาง (Asking for Direction)
















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์ จำนวน ชั่วโมง
เรื่องที่ ๓.๒ Everyday English จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
ตีความหมายจากน้ำเสียงของผู้อื่นและรู้จักใช้น้ำเสียงในการแสดงความรู้สึกระหว่างการสนทนาได้ ได้แก่ ดีใจ เสียใจ พึงพอใจ ไม่พึงพอใจ ซาบซึ้ง ผิดหวัง ปรารถนาดี ชื่นชมและเห็นใจ

เนื้อหา
๑. การออกเสียงพยัญชนะต้นคำ – ท้ายคำ
- ทบทวนการออกเสียง พยัญชนะต้นคำที่ยาก เช่น เสียง s z ch sh
- การอ่านออกเสียงท้ายคำที่ถูกต้อง เช่น เสียง [d], [t], หรือ [id] เมื่อเป็นกริยา ช่อง ๒ และpast participle
๒. การออกเสียงหนัก-เบา (Stress) วิธีการออกเสียง หนัก-เบา ของคำในลักษณะต่าง ๆ
๓. การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ (Intonation) วิธีการออกเสียงของประโยคลักษณะต่าง ๆ
๔. การออกเสียงเชื่อมโยง (Linking Sound) วิธีการอ่านออกเสียงเชื่อมโยงระหว่างคำในภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของภาษาอังกฤษ
๕. การแสดงความดีใจ/เสียใจ การใช้คำ วลีและรูปประโยคที่จะนำมาใช้ในการแสดงความดีใจและเสียใจในโอกาสต่าง ๆ ได้ถูกต้อง เช่น แสดงความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งหรือแสดงความเสียใจที่ทำ
๖. การแสดงความพอใจ/ไม่พอใจ ให้รู้จักคำ วลี และรูปประโยคที่จะที่จะนำมาใช้ในการแสดงความพอใจ/ไม่พอใจในโอกาสต่างๆ ได้ถูกต้อง เช่น แสดงความพอใจ/ไม่พอใจในการรับบริการ เป็นต้น ตัวอย่างคำ วลี และรูปประโยค
๗. การแสดงความปรารถนา/ เห็นใจและการตอบรับ การใช้ คำ วลี และรูปประโยคที่จะนำมาใช้ใน การแสดงความปรารถนาดี/เห็นใจในโอกาสต่างๆ ได้ถูกต้อง
๘. การแสดงความต้องการการเสนอ/ให้ความช่วยเหลือ/บริการ รวมทั้งการตอบรับ/ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ/บริการ
กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูทักทายผู้เรียนเป็นภาษาอังกฤษและนำเข้าสู่บทเรียนเรื่อง Everyday English โดยการเล่าเหตุการณ์ข่าวที่สะเทือนใจเป็นภาษาอังกฤษแล้วให้ผู้เรียนบอกว่าผู้พูดมีความรู้สึกอย่างไร จากนั้นครูเชื่อมโยงการตอบของผู้เรียนสู่การเรียนในเรื่อง การตีความหมายจากน้ำเสียงของผู้อื่นและรู้จักใช้น้ำเสียงในการแสดงความรู้สึกระหว่างการสนทนาได้ ได้แก่ ดีใจ เสียใจ พึงพอใจ ไม่พึงพอใจ ซาบซึ้ง ผิดหวัง ปรารถนาดี ชื่นชมและเห็นใจ
๒. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๓. ครูอธิบายการออกเสียงพยัญชนะต้นคำ-ท้ายคำ การออกเสียง sz ch sh การอ่านออกเสียงคำกริยาที่เติม ed และการอ่านออกเสียงเน้นคำในพยางค์ หนักเบาและสูงต่ำ การออกเสียงเชื่อมโยง แล้วแบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ ๔-๕ คนเพื่อทำแบบฝึกหัดตามใบงานที่ ๑๘
๔. ครูอธิบายการออกเสียงแสดงความรู้สึกดีใจ/เสียใจ ความพอใจ/ไม่พอใจ ความปรารถนา/ความเห็นใจและการตอบรับ ความต้องการการเสนอ/ให้ความช่วยเหลือและให้แล้วแบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ ๔-๕ คนเพื่อทำแบบฝึกหัดตามใบงานที่ ๑๘
๕. ครูและผู้เรียนเฉลยใบงานร่วมกันครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
ครูมอบหมาย กรต.เรื่องการใช้พจนานุกรม ให้ผู้เรียนเรียงคำศัพท์ตามลำดับพจนานุกรม พร้อมทั้งหาความหมายของคำ บอกประเภทของคำและการเน้นเสียงของคำ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ คำ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง

สื่อ
๑. หนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชน
๒. CD เรื่องการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ
๓. ใบงาน

การประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากใบงาน


บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล




















แบบทดสอบก่อนเรียน

อ่านบทสนทนาแล้วตอบคำถามต่อไปนี้

Fill the dialogue.
Suwat : Hey! What happened to your leg?
Manop : It hurt while playing football yesterday. I fell down as I was
running to get the ball.
Suwat : (๑) . You have to stop playing football for a while, don’t you?
Manop : Yes, I won’t be able to play for a month.
Suwat : (๒) ๑
Manop : (๓) ๑ ๓๔

๑. a) It will be all right.
b) I’m sorry to hear that.
c) Don’t worry.

๒. a) That’s very bad.
b) My sympathy.
c) Take care.

๓. a) Don’t mention it.
b) I’ll be O.K.
c) Thank you so much







ใบงานที่ ๓

ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้
๑. หาความหมายของศัพท์และฝึกออกเสียงตามแผ่น CD และพูดตามคำละ ๒ ครั้งพร้อมหาความหมายของคำต่อไปนี้
คำ ความหมาย คำ ความหมาย
Signal
Silk
Skin
Slice
Smooth
Souvenir
Special
Standard
Steak
Suitcase Zip
Zinc
Zebra
Zero
Zigzag
Zodiac
Zone
Zoo
Zoom
Zeal

๒. จงนำคำต่อไปนี้ไปเติมลงในตารางตามหลักการออกเสียงคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ed ให้ถูกต้อง
Put these words in the table correctly according to pronunciation rules of ed ending verb.

asked decided shipped
dropped trained lifted
climbed visited drained
stayed discovered ainted
stopped wished stressed
looked risked studied
performed named used
described played filmed
checked liked helped
waited disturbed counted
needed /t/ /id/ /



















๓. ให้นักศึกษาฝึกฟังเสียงเน้นหนักในคำออกเสียงตามและเขียนเครื่องหมายเน้นเสียง “ ′” (stress) ตรงพยางค์ที่ออกเสียงเน้นหนัก
Listen to the stress in each word, repeat after and then put “′” (stress) at the syllable with strong stress.
๑. audible ๑๑. unkind
๒. terrible ๑๒. boxer
๓. mistake ๑๓. re – election
๔. application ๑๔. underline
๕. preposition ๑๕. homework
๖. pronunciation ๑๖. packaging
๗. bathroom ๑๗. question
๘. pancake ๑๘. environment
๙. disable ๑๙. completely
๑๐. capacity ๒๐. clockwise

๔. ให้นักศึกษาฟังการออกเสียงประโยคต่าง ๆ ใน CD แล้วเลือกแบบแผนของการออกเสียงสูงต่ำภายในประโยค (intonation) ว่าเป็นแบบใด โดยให้เขียนตัวอักษร “L” หรือ “H” ลงในช่องว่างท้ายประโยค แต่ละประโยค
L = ลงเสียงต่ำที่ท้ายประโยค (Falling or Gliding down)
H = ขึ้นเสียงสูงที่ท้ายประโยค (Rising or Gliding up)
Listen to the CD how to pronounce several sentences and then identify the pattern of intonation by choosing form L or H.
L = Falling or Gliding down
H = Rising or Gliding up
๑. Can you tell me the way to the bus station?
๒. You go straight down the road and turn left.
๓. Can you give me some examples?
๔. Would you help yourself with a drink?
๕. Do you do your own decorating?
๖. By the way, I’d like my types checked, too.
๗. Why don’t you go in? ๒๖. We have to wait here.
๘. Here we are.
๙. Is this right or wrong?
๑๐. How have you been?







แบบฝึกหัด การพูดแสดงความรู้สึก ความปรารถนา
๑. การพูดแสดงความยินดี/เสียใจ
What was that terrible noise?
Jane dropped a stack of plates on the floor because they were too slippery. Her
mother wasn’t at all happy….
Mother : Jane, Oh no! What is going on in the kitchen?
Jane : I’m sorry. I’ve just dropped a stack of plates.
Mother : Were you hurt?
Jane : Fortunately, no. But I’m terribly sorry.
Mother : I’m glad you’re not hurt, but please, you must be careful next time!
Jane : I will. I will. Trust me.

Answer these questions from the dialogue above.
๑. Who dropped the plates?
a. Jane
b. Mother
c. A cat.
๒. Was “Mother” happy when she heard the noise?
a. Yes.
b. No, of course not.
c. She did not hear the noise.
๓. Why were the plates dropped?
a. They were too slippery.
b. They were piled up too high.
c. The holder was very careless.
๔. What did Jane promise to do the next time?
a. To drop more plates.
b. To pay the money for the plates.
c. To be more careful.
๕. How many plates were broken?
a. Just one plate.
b. Many plates.
c. We don’t know the exact number.

Dialogue ๒
been / missed / boss / had / I’m sorry
Helen : John, I’m sorry.
John : Where have you (๔) , Helen? You’re over an hour late.
Helen : Yes, But I couldn’t help it. I was late because I (๕) ๑ the first bus. I took the second bus. The bus got stuck in the traffic jam.
John : Why are you getting off work so late? The office close at six, doesn’t it?
Helen : Yes. But those are the rush in the moment. And my (๖) ๑ asked me to do some urgent letters.
John : Didn’t you tell him you(๗) an appointment?
Helen : Well, no. I thought I could finish it in five minutes. If I hadn’t been missing the bus and in the traffic I wouldn’t have been so
late. (๘) ..
John : Well. You’re here. Let’s enjoy our meal.

๒. การแสดงความพอใจ / เห็นด้วย / ไม่พอใจ / ไม่เห็นด้วย (Approval / Disapproval)
Read the dialogue.
Somjai is discussing her plans for the evening with her father.
Dad : Somjai, you’ve been pleased me all evening. What is it that you really want?
Somjai : Well, There’s a concert at school. May I go? Everybody else is going.
Dad : Um, (๑) , Somjai. Will it be safe?
Somjai : Of course, it will, It’s a charity concert for the needy, under school supervision and right in the school football field. How could
anything happen?
Dad : (๒) . Be home before ๑๑ p.m.
Somjai : (๓) . We’ll just stop for some ice – cream after the concert. (๔) , we’ll be home in time. Could you do me one more favor?
Dad : What is it now?
Somjai : Will you pay for the ticket? It’s only ๒๐๐ baht.
Dad : (๕) . Now, let me read my paper.
Somjai : Thank you, Dad. You’re already so good to me.
๑. a) I’d better think so
b) Well, it’d rather be
c) I’m not sure

๒. a) I don’t think so
b) You may be right
c) I’m afraid you’re wrong

๓. a) I cannot be late
b) I hope we won’t be late
c) I promise we won’t be late

๔. a) Don’t worry
b) I think so
c) I hope so ๒๘

๕. a) I’m afraid I can’t agree
b) No doubt about it
c) You must be joking












๓. การแสดงความเห็นใจ
Fill the dialogue.
Suwat : Hey! What happened to your leg?
Manop : It hurt while playing football yesterday. I fell down as I was
running to get the ball.
Suwat : (๑) . You have to stop playing football for a while, don’t you?
Manop : Yes, I won’t be able to play for a month.
Suwat : (๒) ๑
Manop : (๓) ๑ ๓๔

๑. a) It will be all right.
b) I’m sorry to hear that.
c) Don’t worry.

๒. a) That’s very bad.
b) My sympathy.
c) Take care.

๓. a) Don’t mention it.
b) I’ll be O.K.
c) Thank you so much









ใบงานที่ ๔
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ให้ผู้เรียนเรียงคำศัพท์ตามลำดับพจนานุกรม พร้อมทั้งหาความหมายของคำ บอกประเภทของคำและการเน้นเสียงของคำ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ คำ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง






















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๓

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์ จำนวน ชั่วโมง
เรื่องที่ ๓.๓ What should you do? จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต ๓๑๐๐๑
รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ รหัสวิชา พต ๓๒๐๐๕

ตัวชี้วัด
อ่านและทำตามคำแนะนำในการใช้คู่มือ ป้ายคำแนะนำ วิธีการปรุง ข้อควรระวังและ ป้ายประกาศได้

เนื้อหา
๑. การวิเคราะห์ศัพท์และรูปประโยคที่ใช้ในสัญลักษณ์ ป้ายประกาศ/คำแนะนำในการใช้/คำแนะนำ/คำเตือนต่าง ๆ
๒. สัญลักษณ์และป้ายประกาศ ต่าง ๆ (Signs & Notices)
๓. สลากยาและคู่มือในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ (Instructions)
๔. คำแนะนำและคำเตือนต่างๆ (Tips and Warning)
๕. การใช้พจนานุกรม (Dictionary)
กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยการให้ผู้เรียนนำเสนอ กรต.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรื่องการใช้พจนานุกรม ครูสอบถามการใช้พจนานุกรมเบื้องต้นกับผู้เรียน
๒. ครูแบ่งผู้เรียนเป็น ๓ กลุ่มเพื่อช่วยกันวางแผนทำภาพพลิกแสดงป้ายสัญลักษณ์พร้อมทั้งแปลความหมายของสัญลักษณ์ โดยกลุ่มที่ ๑ ป้ายสัญลักษณ์ให้ข้อมูล กลุ่มที่ ๒ ป้ายสัญลักษณ์ห้ามปฏิบัติ และกลุ่มที่ ๓ ป้ายสัญลักษณ์ทางจราจร
๓. ผู้เรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
๔. ครูและผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ศัพท์และรูปประโยคที่ใช้ในสัญลักษณ์ ป้ายประกาศ/คำแนะนำในการใช้/คำแนะนำ/คำเตือนต่าง ๆ
๕. ครูแสดงตัวอย่างสลากยา อธิบายองค์ประกอบของสลาก พร้อมทั้งให้ผู้เรียนฝึกอ่านสลากยา
๖. ครูอธิบายเรื่องคำแนะนำและคำเตือนต่าง ๆ แล้วให้ผู้เรียนหาคำแนะนำและคำเตือนต่าง ๆ คนละ ๑ เรื่องพร้อมทั้งแปลความหมายแล้วนำมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
๗. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนพร้อมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
ครูมอบหมายให้ผู้เรียน ค้นหา สัญลักษณ์และป้ายประกาศ จำนวน ๒๐ ป้ายพร้อมทั้งแปลความหมาย สลากยา จำนวน ๒๐ ชิ้น พร้อมทั้งแปลความหมายและอธิบายองค์ประกอบของสลากยา คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ จำนวน ๒๐ ชิ้น พร้อมทั้งแปลความหมาย และคำเตือนต่าง ๆ จำนวน ๒๐ ชิ้นพร้อมทั้งแปลความหมาย

สื่อ
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชนและหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ
๒. พจนานุกรม
๓. ตัวอย่างสัญลักษณ์และป้ายประกาศ (ป้ายสัญลักษณ์ให้ข้อมูล ป้ายสัญลักษณ์ห้ามปฏิบัติ และ ป้ายสัญลักษณ์ทางจราจร)
๔. ตัวอย่างสลากยา
๕. ตัวอย่างคำแนะนำในการใช้อุปกรณ์และคำเตือนต่าง ๆ

การประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากภาพพลิก

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล
ใบงานที่ ๕

ให้ผู้เรียนเป็น ๓ กลุ่มเพื่อช่วยกันวางแผนทำภาพพลิกแสดงป้ายสัญลักษณ์พร้อมทั้งแปลความหมายของสัญลักษณ์ โดยกลุ่มที่ ๑ ป้ายสัญลักษณ์ให้ข้อมูล กลุ่มที่ ๒ ป้ายสัญลักษณ์ห้ามปฏิบัติ และกลุ่มที่ ๓ ป้ายสัญลักษณ์ทางจราจร






















ใบงานที่ ๖
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)

ให้ผู้เรียน ค้นหา สัญลักษณ์และป้ายประกาศ จำนวน ๒๐ ป้ายพร้อมทั้งแปลความหมาย สลากยา จำนวน ๒๐ ชิ้น พร้อมทั้งแปลความหมายและอธิบายองค์ประกอบของสลากยา คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ จำนวน ๒๐ ชิ้น พร้อมทั้งแปลความหมาย และคำเตือนต่าง ๆ จำนวน ๒๐ ชิ้นพร้อมทั้งแปลความหมาย





















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์ จำนวน ชั่วโมง
เรื่องที่ ๓.๔ Hello, could you tell me ? จำนวน ๓ ชั่วโมง

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
ติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้คล่องแคล่ว

เนื้อหา
๑. การติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ที่คุ้นเคย รู้จักวิธีการพูดโต้ตอบทางโทรศัพท์กับเพื่อน ญาติ พี่น้องและผู้ที่คุ้นเคยในเรื่องต่าง ๆ โดยใช้สำนวนและภาษาที่เหมาะสม
๒. การติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ การใช้สำนวนภาษาที่ใช้พูดทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการทราบโดยใช้รูปประโยคขอร้อง/ขอร้องอย่างสุภาพ

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยการยกเหตุการณ์การติดต่อทางโทรศัพท์ที่บกพร่องมาพูดคุยให้ผู้เรียนฟังและให้ผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์
๒. ครูอธิบายการติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ที่คุ้นเคย แบ่งกลุ่มผู้เรียนจำนวน ๓-๔ คน เพื่อศึกษาบทสนทนาทางโทรศัพท์และช่วยกันวิเคราะห์หาสำนวนที่น่าสนใจ พร้อมทั้งแต่งบทสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้ที่คุ้นเคยกลุ่มละ ๑ เรื่อง จากนั้นผู้เรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูฟังการนำเสนอและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
๓. ครูอธิบายการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ แบ่งกลุ่มผู้เรียนจำนวน ๓-๔ คน เพื่อศึกษาบทสนทนาทางโทรศัพท์และช่วยกันวิเคราะห์หาสำนวนที่น่าสนใจ พร้อมทั้งแต่งบทสนทนาทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลกลุ่มละ ๑ เรื่อง จากนั้นผู้เรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูฟังการนำเสนอและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
๔. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดตามใบงานเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน
๕. ครูและผู้เรียนเฉลยแบบฝึกหัดร่วมกัน
๖. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนร่วมกัน

การเรียนรู้ต่อเนื่อง (กรต.)
๑. ให้ผู้เรียนแต่งบทสนทนาการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จำนวน ๕ บทสนทนา
๒. ให้ผู้เรียนยกตัวตัวอย่างบทสนทนาการติดต่อทางโทรศัพท์ที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งแก้ไขให้เหมาะสม จำนวน ๑๐ บทสนทนา
๓. ให้ผู้เรียนหาข่าวคนละ ๒๐ ข่าวเพื่อนำเสนอในสัปดาห์ถัดไป

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชน
๒. บทสนทนาการติดต่อโทรศัพท์กับผู้ที่คุ้นเคย
๓. บทสนทนาการติดต่อโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูล
๔. กระดาษบรู๊ฟ
๕. ปากกาเคมี
๖. ใบงาน

การประเมินผล
๑. ประเมินผลจากการทำงานกลุ่ม
๒. ประเมินผลจากใบงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล

ใบงานที่ ๗

๑. แบ่งกลุ่มผู้เรียนจำนวน ๓-๔ คน เพื่อศึกษาบทสนทนาทางโทรศัพท์และช่วยกันวิเคราะห์หาสำนวนที่น่าสนใจ พร้อมทั้งแต่งบทสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้ที่คุ้นเคยกลุ่มละ ๑ เรื่อง
๒. แบ่งกลุ่มผู้เรียนจำนวน ๓-๔ คน เพื่อศึกษาบทสนทนาทางโทรศัพท์และช่วยกันวิเคราะห์หาสำนวนที่น่าสนใจ พร้อมทั้งแต่งบทสนทนาทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลกลุ่มละ ๑ เรื่อง
๓. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้

กิจกรรมที่ ๑ Is Steve there?
นำคำและสำนวนในบทสนทนามาเติมลงในช่องว่างต่อไปนี้
Use the words or phrases in the dialogue to fill in the blanks.
John : Hello.
Greg : Hello. Is Suzan there?
John : I’m sorry, She’s not …………(๑)……….. right now.
Greg : What time will ……….(๒)………?
John : Around six thirty.
Greg : This afternoon?
John : Yes. May I ask ………..(๓)……….?
Greg : This is her friend, Greg.
John : Okay. I’ll tell her you ……….(๔)………. .
Greg : Thanks.








กิจกรรมที่ ๒ Fill in the blanks

John : Hello.
Greg : Hello. ……….(๑)..…..….?
John : ……..….(๒)…….…. He’s not here right now.
Greg : ……..….(๓)……….. will he be back?
John : Around ………(๔)……….. ๑๐๑
Greg : This afternoon?
John : Yes. May I ask …………(๕)………….?
Greg : This is ……………(๖)………………..
John : Okay. I’ll tell him ………(๗)…………
Greg : Thanks.

กิจกรรมที่ ๓
ให้นักศึกษาลองฝึกใช้คำพูดที่ได้ศึกษามาใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ต่อไปนี้ เมื่อทำเสร็จแล้ว หากต้องการดูตัวอย่าง ให้ดูที่เฉลยซึ่งเป็นแนวทางได้ศึกษาเปรียบเทียบกับบทสนทนาที่นักศึกษาฝึกแต่งเอง
๑. You ring a friend and his mother answers. She says your friend has gone out to play football. You leave a message to ask your friend to ring you back later.
๒. You ring a friend and his sister answers. You ask to speak to your friend. When your friend comes to the telephone you ask him if he has Malee’s telephone number.





กิจกรรมที่ ๔ Jumbled sentences.

ให้นักศึกษานำคำพูดทางโทรศัพท์ ระหว่าง Bob และ Suda ต่อไปนี้เรียงให้เป็นการสนทนาที่ถูกต้อง
Rearrange these jumbled conversation sentences to form a proper telephone conversation.
Suda Catering, May I help you?
Yes, That’s fine. Thank you very much.
What kind of party is it?
No problem.
I see. What do you like us to prepare?
It’s welcoming party for ten people.
Can you deliver the food to my house?
Yes, but I will deliver it at ๗ p.m. Is that Okay?
I am having a party on Friday evening.
Could you prepare some food for me
Could you prepare some food for me?
I’d like some sea food and some dessert. ๑๐๘
บทสนทนา
Suda : ………………………………………………………………………………………
Bob : ………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………….
Suda : …………………………………………………………………………………………..
Bob : ……………………………..…………………………………………………………….
Suda : …………………………………………………………………………………………..
Bob : ……………………………..……………………………………………………………. Suda : …………………………………………………………………………………………..
Bob : ……………………………..……………………………………………………………. Suda : …………………………………………………………………………………………..
Bob : ……………………………..…………………………………………………………….
กิจกรรมที่ ๕ Answer these questions.
ให้นักศึกษาตอบคำถามต่อไปนี้จากบทสนทนาระหว่าง Suda กับ Bob
Answer these questions based on the conversation between Linda and Tom.
๑. Who makes the call?
a. Linda
b. Tom
c. Bob

๒. What is the purpose of the call?
a. To order some food.
b. To sell some food.
c. To talk about food.

๓. When is the party?
a. The next day.
b. Friday morning.
c. Friday evening.

๔. How many people will be in the party?
a. Six people.
b. Seven people.
c. Ten people.

๕. What food probably won’t be on Bob’s list?
a. Sea food.
b. Chocolate cake.
c. Beef salad.
ใบงานที่ ๘
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๔. ให้ผู้เรียนแต่งบทสนทนาการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จำนวน ๕ บทสนทนา
๕. ให้ผู้เรียนยกตัวตัวอย่างบทสนทนาการติดต่อทางโทรศัพท์ที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งแก้ไขให้เหมาะสม จำนวน ๑๐ บทสนทนา
๖. ให้ผู้เรียนหาข่าวคนละ ๒๐ ข่าวเพื่อนำเสนอในสัปดาห์ถัดไป
จำนวน ๒๐ ชั่วโมง




















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์
เรื่องที่ ๓.๕ News & News Headline & Natural Disaster จำนวน ๓ ชั่วโมง รายวิชา

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑
ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ รหัสวิชา พต๓๒๐๐๕

ตัวชี้วัด
๑. เข้าใจและใช้ประโยคที่ซับซ้อนในสถานการณ์ต่างๆ ได้
๒. ใช้ Tenses ที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้
๓. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อหนังสือพิมพ์ได้
๔. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้อย่างเป็นทางการ
๕. สืบค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet ได้
๖. เข้าใจและใช้ประโยคที่ซับซ้อนในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้ อย่างถูกต้อง
๗. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ ทั้งเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ

เนื้อหา
๑. เสียง คำศัพท์ วลี สำนวน ที่ มักใช้บ่อย ๆ ในข่าว
๒. องค์ประกอบของข่าว ประกอบด้วย Headline, Sub headline, Lead และ Detail
๓. ประเภทของข่าว เช่น ข่าวการเมือง ข่าวการศึกษา ข่าวกีฬา ข่าวสังคม ข่าวเศรษฐกิจ
๔. โครงสร้างของการเขียนพาดหัวข่าว (News Headline)
๕. คำศัพท์ วลี สำนวนที่เกี่ยวข้อง เช่น kill, injured, die, homeless, help, shelter, landslide เป็นต้น
๖. การแสดงบทบาทสมมุติ (Role Play) เป็นผู้สื่อข่าว นำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ Natural Disaster
๗. บทอ่านเกี่ยวกับ Earthquake, Tornado หรือ Flood จากหนังสือพิมพ์ หรือ Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation หรือ Bangkok Post

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยการนำเสนอข่าวเด่นประจำวัน ครูสอบถามผู้เรียนในเรื่องของการวิเคราะห์ข่าวเบื้องต้น
๒. ครูอธิบายองค์ประกอบของข่าว ประเภทของข่าว เสียง ศัพท์ วลี ที่มักใช้บ่อยในข่าวและโครงสร้างของการเขียนพาดหัวข่าว แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน วิเคราะห์หาองค์ประกอบของข่าว ประเภทของข่าว เสียง ศัพท์ วลี ที่มักใช้บ่อยในข่าวและโครงสร้างของการเขียนพาดหัวข่าวของข่าวที่เตรียมไว้ (จาก กรต. ในสัปดาห์ที่แล้ว) ผู้เรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน
๓. ให้ผู้เรียนศึกษาข่าวทาง Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation หรือ Bangkok Post เพื่อศึกษาข่าวประเภทต่าง ๆ ที่สนใจแล้ววิเคราะห์โครงสร้างของพาดหัวข่าวนั้นๆ หรือบอกประเภทของข่าวนั้น พร้อมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้น ๆ
๔. ผู้เรียนส่งตัวแทนกลุ่มแสดงบทบาทสมมติเป็นผู้เสนอข่าว ครูและผู้เรียนวิเคราะห์ร่วมกัน
๕. ผู้เรียนทำใบงาน เพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน
๖. ครูและผู้เรียนเฉลยใบงานและสรุปบทเรียนร่วมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง
- ให้ผู้เรียนรวบรวมข่าว ๓ เรื่องคือ ข่าวเด่นประจำวัน ข่าวทางการศึกษา และข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง จำนวนเรื่องละ ๑๐ พร้อมทั้งวิเคราะห์องค์ประกอบของข่าวและแสดงความคิดเห็น
- ให้ผู้เรียนหาบทอ่านเกี่ยว Earthquake, Tornado หรือ Flood จากหนังสือพิมพ์ หรือ Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation หรือ Bangkok Post แปลความหมายและวิเคราะห์การพาดหัวข่าวและแสดงความคิดเห็นจำนวน ๓ ข่าว

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสังคมและชุมชนและภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ
๒. ตัวอย่างข่าว
๓. กระดาษบรู๊ฟ
๔. ปากกาเคมี
๕. ใบงาน

การวัดและประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากใบงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล

















ใบงานที่ ๙
กิจกรรมที่ ๑
๑.๑ ข่าวต่อไปนี้ พาดหัวข่าวว่าอย่างไร และส่วนใดเป็นพาดหัวรอง
๑.๒ ข้อความใดเป็นข่าวนำ
๑.๓ ส่วนใดเป็นเนื้อข่าว
SOUTH UNDER WATER
Schools hit by flood can resume within a few days
By The Nation
Schools that have been closed due to the flooding in Narathiwat province should be reopened within three days as the rains have now stopped, a senior regional education official said Monday.
Heavy floods and continuous rains have forced suspension of schools in 13 districts of Narathiwat, which were declared flood disaster zones on Sunday, said Adul Promsaeng, director of the Education Service Area 2 Office.
“Some schools should be able to reopen within three days after the has water receded. They will be restored with help from soldiers and classes can resume by Thursday, January 13.
The flood prevention and mitigation centre for Narathiwat said the floods have affected 36.908 people from 11,053 families in 284 villages in the 13 districts. The torrential rains caused the three main rivers in the province to burst their banks and flooded houses nearby ruining 9,000 rai of farmland and washing out 67 roads.
Vegetable exportations to Malaysia were severely disrupted as the road connecting Thailand to her neighbour was covered with water making travel and transport in both directions and resulting in products going rotten inside warehouses,
On Sunday, Narathiwat Govenor Kissada Boonrat urged people to closely monitor their surroundings and move immediately to the second floor of their houses if water levels rose further.



กิจกรรมที่ ๒
สืบค้นข่าวจากเว็บไซต์ และสังเกตพาดหัวข่าว พาดหัวข่าวรอง ข่าวนำ เนื้อข่าว การใช้คำและเครื่องหมายวรรคตอน

กิจกรรมที่ ๓ จงให้ความหมายของคำศัพท์ต่อไปนี้

คำศัพท์ ความหมาย
help
estimate
damage
massive flooding
missing
absolute
approximately
rubble
survivor
were killed
suspend
witness
earthquake
trap
homeless
rescue
injure
have been confirmed dead
release
landslide
occur
deploy
shelter

Tornado in Mississippi
April 25, 2010 by John Filed under Weather
The tornado in Mississippi was three quarters of a mile in width, something that hasn’t been witnessed in a long time and as it moved along its path, its force was so absolute that it left a trail that could be easily discerned from afar. Rescue teams were deployed to the city to try and find any survivors who might still be trapped within the rubble of the fallen houses and there is bad news as ten people have been confirmed dead due to the tornado in Mississippi. Out of the ten people there were also three children, one of whom was not even a year old as he was a three month old baby.

กิจกรรมที่ ๔ Answer these questions.
1. How wide was the tornado in Mississippi?
2. How many people have been confirmed dead?
3. Who were deployed to the city to try and find survivors?
4. Where were survivors might still be?
5. How many children that was not even a year old?












ใบงานที่ ๑๐
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

- ให้ผู้เรียนรวบรวมข่าว ๓ เรื่องคือ ข่าวเด่นประจำวัน ข่าวทางการศึกษา และข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง จำนวนเรื่องละ ๑๐ พร้อมทั้งวิเคราะห์องค์ประกอบของข่าวและแสดงความคิดเห็น
- ให้ผู้เรียนหาบทอ่านเกี่ยว Earthquake, Tornado หรือ Flood จากหนังสือพิมพ์ หรือ Website ของหนังสือพิมพ์ The Nation หรือ Bangkok Post แปลความหมายและวิเคราะห์การพาดหัวข่าวและแสดงความคิดเห็นจำนวน ๓ ข่าว



















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์
เรื่องที่ ๓.๖ Have you exercised to day? จำนวน ๓ ชั่วโมง รายวิชา

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
๑. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้
๒. สืบค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet ได้
๓. เข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
๔. ใช้ Tense ที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้
๕. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการได้

เนื้อหา
๑. การอ่านออกเสียง คำศัพท์ สำนวน วลี ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น aerobics, once, relaxed, health, healthy, firm, have a headache
๒. ประโยคที่เขียนด้วย Modal Verb เช่น should, must, ought to, had better, will
๓. แบบสอบถาม (Questionnaire) เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากหนังสือหรือ Website
๔. การสำรวจแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพบุคคลใกล้ชิด แล้วนำเสนอข้อมูลเป็นรูปกราฟหรือแผนภูมิ

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้ผู้เรียนทำกายบริหารผู้เรียนแต่ละคนต้องเป็นผู้นำท่ากายบริหารคนละ ๑ ท่า สอบถามผู้เรียนถึงความจำเป็นในการออก กำลังกาย
๒. ผู้เรียนค้นหาแบบสอบถาม (Questionnaire) เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากหนังสือหรือ Website แล้วศึกษาคำศัพท์ สำนวน วลี ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเช่น aerobics, once, relaxed, health, healthy, firm, have a headache
๓. ผู้เรียนศึกษาบัตรคำที่ครูแจกให้แล้วอ่านออกเสียงตาม CD พร้อมทั้งแปลความหมายของคำ
๔. ครูอธิบายประโยคที่เขียนด้วย Modal Verb เช่น should, must, ought to, had better, will และให้ผู้เรียนทำใบงาน
๕. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนพร้อมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง
ให้ผู้เรียนออกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ แล้วนำไปสำรวจคนในครอบครัว ชุมชน จำนวน ๓๐ คน แล้วนำเสนอข้อมูลเป็นรูปกราฟหรือแผนภูมิ

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสังคมและชุมชน
๒. CD คำศัพท์
๓. กระดาษบรู๊ฟ
๔. ปากกาเคมี
๕. ใบงาน

การวัดและประเมินผล
๑. ประเมินจากผลการสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
๒. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๓. ประเมินจากใบงาน
๔. บันทึกการสอน
๕. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖.
๗.
๘. (นางสาวอมรา ทับทิม)
๙. ครู กศน.ตำบล

ใบงานที่ ๑๑
กิจกรรมที่ ๑ Exercise Questionnaire
How much do you exercise in your everyday life?
This exercise questionnaire will help you get an idea of how much you already exercise in you everyday life.
Choose the item that conform to your activities.
1. I walk upstairs equivalent to at least one flight :
a. Hardly ever take the stairs.
b. Not more than once a day.
c. Twice a day.
d. Several times a day.
2. During a normal day I’m in motion (walking, cycling, shopping, etc.)
a. Less than 20 minutes
b. Between 20 – 40 minutes
c. About 1 hour
d. More than 1 hour
3. I have a job that usually mean :
a. Sitting, often more than an hour at a time
b. Mainly sitting, but with some standing or walking
c. Half sitting, half standing or walking
d. Active all day
4. What is the most you can manage?
a. I can’t walk for one mile without stopping.
b. I can walk for one mile without stopping.
c. I can jog at a consistent but slow pace for one mile.
d. I can run at a good pace for one mile (1 mile = 1.6 kilometers).
5. How much of your time each week do you spend on indoor household activities (cleaning, washing, dishes, clothes etc.)?
a. Not more than 30 minutes
b. About 60 minutes
c. About 120 minutes
d. More than 120 minutes
6. How much of your time each week do you spend on outdoor household activities (mowing the lawn, gardening, etc.)?
a. Not more than 30 minutes
b. About 60 minutes
c. About 120 minutes
d. More than 120 minutes
7. My lunch break includes a walk or some other physical activity for about 15 minutes :
a. Hardly ever
b. Twice a week
c. At least three times a week
d. Everyday

กิจกรรมที่ ๒ Write the correct form of the verbs by using the present perfect tense.
1. They (see) the movie.
________________________________________________________
2. I (be, never) in Korat before.
________________________________________________________
3. We (know) David for over 10 years.
________________________________________________________
4. I think John (have, just) his dinner.
________________________________________________________
5. Wipa (hear, recently) the good news.
________________________________________________________
6. The factory (hire) twenty new workers since April.
________________________________________________________





กิจกรรมที่ ๓ Read the situation and then write an appropriate present perfect sentence
using the verbs given.
1. Tony is looking for his book. He can’t find it (lose)
________________________________________________________
2. My hands are dirty. Now they are clean. (wash)
________________________________________________________
3. Tom weighs 110 kilos. Now he weighs 90 kilos (lose weight)
________________________________________________________
4. The bus stops because there is no gas in the tank. (run out of)
________________________________________________________
5. She fell down the step. Now she cannot walk. (break her leg)
________________________________________________________

















ใบงานที่ ๑๒
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ให้ผู้เรียนออกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ แล้วนำไปสำรวจคนในครอบครัว ชุมชน จำนวน ๓๐ คน แล้วนำเสนอข้อมูลเป็นรูปกราฟหรือแผนภูมิ























แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๗

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์
เรื่องที่ ๓.๗ Global Warming จำนวน ๓ ชั่วโมง
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
๑. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้
๒. สืบค้นข้อมูลในด้านต่างๆ จาก Internet ได้
๓. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษและWebsite ได้
๔. เข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง
๕. ใช้ Tense ที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง
๖. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการได้

เนื้อหา
๑. Shall we save the energy?
บทความเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) จากหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง
เสียง คำศัพท์ วลี สำนวนที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน เช่น reuse, recycle, plug in, unplug, turn on, turn off, reduce เป็นต้น
๒. Will it rain tomorrow?
การถาม-ตอบ คำถามจากบทอ่าน การพยากรณ์อากาศ (Weather Forecast)
การถามและการขอข้อมูล (Asking & Giving Information)
เสียง คำศัพท์ วลี สำนวนที่มักใช้บ่อยๆ ในข่าวพยากรณ์อากาศ เช่น shower, windy, heavy, scatter, stormy, sunrise, sunset, maximum, minimum, Northeast
Role play เป็นผู้ประกาศข่าวการพยากรณ์อากาศ



๓. Global Warming
บทความเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน (Global Warming) สาเหตุของภาวะโลกร้อนหรือผลกระทบของภาวะโลกร้อนจากหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้อง
การอ่านออกเสียงคำศัพท์ วลี สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น temperature, increase, melt, burn, earth, hot เป็นต้น
บทสนทนาที่เกี่ยวกับการป้องกันหรือลดภาวะโลกร้อน
Mind map แสดงเหตุผลและผลกระทบของภาวะโลกร้อน
บทอ่าน การพยากรณ์อากาศ (Weather Forecast) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Website ที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศ

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้ผู้เรียนแสดงทัศนคติเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน
๒. ผู้เรียนศึกษาบทความเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) จากหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง แล้วหาคำศัพท์ วลี สำนวนที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน เช่น reuse, recycle, plug in, unplug, turn on, turn off, reduce เป็นต้น
๓. ผู้เรียนชมข่าวพยากรณ์อากาศบทอ่าน การพยากรณ์อากาศ (Weather Forecast) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ศึกษา คำศัพท์ วลี สำนวนที่มักใช้บ่อยๆ ในข่าวพยากรณ์อากาศ เช่น shower, windy, heavy, scatter, stormy, sunrise, sunset, maximum, minimum, Northeast จากนั้นให้ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมติ เป็นผู้ประกาศข่าวการพยากรณ์อากาศ
๔. ผู้เรียนศึกษาบทความเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน (Global Warming) สาเหตุของภาวะโลกร้อนหรือผลกระทบของภาวะโลกร้อนจากหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้อง
๕. ผู้เรียนศึกษาคำศัพท์ อ่านออกเสียงคำศัพท์ วลี สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น temperature, increase, melt, burn, earth, hot เป็นต้น
๖. ผู้เรียนศึกษาบทสนทนาที่เกี่ยวกับการป้องกันหรือลดภาวะโลกร้อนแล้วเขียน Mind map แสดงเหตุผลและผลกระทบของภาวะโลกร้อน นำเสนอหน้าชั้นเรียน
๗. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนพร้อมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
๓. ผู้เรียนหาบทความเกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้องแล้วแปลความหมายของบทความ
๔. ผู้เรียนศึกษาบทความเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน (Global Warming) สาเหตุของภาวะโลกร้อนหรือผลกระทบของภาวะโลกร้อนจากหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นศึกษาคำศัพท์ อ่านออกเสียงคำศัพท์ วลี สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น temperature, increase, melt, burn, earth, hot เป็นต้น
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสังคมและชุมชนและภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ
๒. ตัวอย่างข่าว
๓. กระดาษบรู๊ฟ
๔. ปากกาเคมี
๕. ใบงาน

การวัดและประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจาก Mind map
๓. ประเมินจากใบงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล
ใบงานที่ ๑๓

กิจกรรมที่ ๑ Matching the related phrases according to the passage you’ve read.
________1. Pollution caused by vehicle a. produce more greenhouse gases
than driving cars
________2. Depletion of oxygen b. don’t cause much harm to the Earth
________3. Greenhouse effect c. the transportation increases CO 2
________4. Cattle – rearing d. Sea level rise
________5. Global warming effects on Earth e. result of deforestation
________6. Natural release of methane f. the rise in the temperature of the world
กิจกรรมที่ ๒ Choose the correct forms of verbs.
1. It _______ that he is a millionaire.
a. says b. said
c. is said d. has said
2. America ___________ by Columbus.
a. discovers b. discovered
c. discover d. was discovered
3. The noise outside ______________the patients.
a. annoys b. is annoyed
c. is annoying d. annoy
4. I saw Susan __________ a letter.
a. write b. writing
c. is writing d. wrote
5. You ____________ to smoke in this room.
a. are not allowed b. don’t allow
c. don’t be allowed d. will not allow.
6. She was very upset because she ____________.
a. wasn’t be invited b. didn’t get invited
c. wasn’t invited d. didn’t invited

7. The room must _________ by my room – mate.
a. clean b. have cleaned
c. be cleaned d. cleans
8. You ought to _________ to teacher now.
a. seeing b. see
c. be seen d. sees 328
9. The project _________ by the students.
a. did b. was doing
c. is doing d. was being done
10. That man has _______ her of all her wealth.
a. rob b. robbed
c. been robbed d. being robbed

















ใบงานที่ ๑๔
กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
๑. ผู้เรียนหาบทความเกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้องแล้วแปลความหมายของบทความ
๒. ผู้เรียนศึกษาบทความเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน (Global Warming) สาเหตุของภาวะโลกร้อนหรือผลกระทบของภาวะโลกร้อนจากหนังสือหรือหนังสือพิมพ์หรือWebsite ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นศึกษาคำศัพท์ อ่านออกเสียงคำศัพท์ วลี สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น temperature, increase, melt, burn, earth, hot เป็นต้น



















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๘

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์
เรื่องที่ ๘ Let’s Travel จำนวน ๓ ชั่วโมง
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
๑. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ได้
๒. สืบค้นข้อมูลในด้านต่างๆ จาก Internet และรับส่ง E-mail ได้
๓. เข้าใจและใช้ประโยคที่ซับซ้อนในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้
๔. ใช้ Tense ที่ยุ่งยากและซับซ้อนได้
๕. แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ได้

เนื้อหา
๑. การขอมี e-mail
๒. การเปิด/ปิด e-mail
๓. ภาษา e-mail
๔. บทอ่านแนะนำตนเองที่พิมพ์มาจาก e-mail
๕. การสร้างประโยคคำถามจากคำตอบที่ให้มา
๖. การถามและการตอบข้อมูลการเปรียบเทียบ
๗. การเขียนแนะนำตนเองถึง Pen pal โดยส่งทาง e-mail
๘. Asking & giving Information เช่น
- Could you please tell me....................?
- Please tell me..............................
- Excuse me. Do you know.......................?
๙. การบอกทิศทาง (Direction) เช่น
- Go straight.
- Keep walking to.............
- Walk past................
- It’s at the opposite of...
- Next to.................
๑๐. การเขียนเล่าเรื่องหรือประสบการณ์ในการท่องเที่ยว
การวางแผนการเดินทางท่องเที่ยว
11. ตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat หรือ Subway จากสื่อต่างๆ เช่แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนโดยการถามผู้เรียนว่ามี e-mail กันหรือไม่
๒. ครูอธิบายความสำคัญและประโยชน์ ของ e-mail และการใช้ e-mail เบื้องต้น
๓. ให้ผู้เรียนสมัคร e-mail และฝึกใช้ e-mail
๔. ครูอธิบายตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat หรือ Subway จากสื่อต่างๆ เช่น แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง
๕. ครูอธิบายเกี่ยวกับ Asking & giving Information เช่น
- Could you please tell me....................?
- Please tell me..............................
- Excuse me. Do you know.......................?
ครูอธิบายการบอกทิศทาง (Direction) เช่น
- Go straight.
- Keep walking to.............
- Walk past................
- It’s at the opposite of...
- Next to.................
๖. ครูยกสถานการณ์ชาวต่างชาติหลงทางแล้วให้ผู้เรียนบอกทิศทางกับชาวต่างชาติ
๗. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนพร้อมกัน



การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
๓. ให้ผู้เรียนค้นหาตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat และSubway จากสื่อ ต่าง ๆ เช่น แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง อย่างละ ๑ ชิ้น แล้วนำส่งครูทาง e-mail
๔. ให้ผู้เรียนเขียนเล่าเรื่องหรือประสบการณ์ในการท่องเที่ยวที่ผ่านมา ๑ ครั้ง และวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ๑ ครั้ง แล้วนำส่งครูทาง e-mail

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชน
๒. กระดาษบรู๊ฟ
๓. ปากกาเคมี
๔. ใบงาน

การประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากใบงาน


บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล
ใบงานที่ ๑๗
กิจกรรมที่ ๑ ให้ผู้เรียนเติมบทสนทนาต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ โดยใช้คำที่กำหนดให้ในกรอบสี่เหลี่ยม
Complete the following conversation with provided words below.
A : _____(1)____ I help you?
B : Yes, sir. I’d likes _______(2)_______.
A : _____(3)_____ would you like to go?
B : I want to buy a ticket ___(4)____ Chiang Mai.
____(5)_____ the one – way ticket.
A : 350 baht for the express train.
B : ____(6)_____ does the express to Chiang Mai stop?
A : The platform number 9
B : ____(7)____ will it leave the station?
A : About 2:45 p.m.
B : _____(8)_____ does it take to get to Chiang Mai.
A : About ten hours.
กิจกรรมที่ ๒ Read the passage about the journey by train carefully and then write the
correct forms of the verbs in the brackets (Past Simple Tense, Past Perfect Tense, Past continuous Tense). Also, write about the journey in brief.

A Journey by Train to Bangkok
Early in the morning, the train running between Bangkok and Nakorn Rajsrima, (leave) ____(1)____ Nakarn Rajsrima Station as soon as the bell rang and the station master (blow) ____(2)____ the whistle while the guard was waving his green flag.
Several weeks ago, I (have) ___(3)___ an opportunity to make a journey to Bangkok. I (go) ___(4)___ there with some of my friends. We (take) ___(5)___ a seat in one of carriages of the train. While the train (be glide) ___(6)____ on, we amused ourselves looking out of the carriage windows. Pleasant views are on around us. Rice – fields are on both side of the rail. Here and there are green trees and shrubs of all sizes. Farm – houses are seen at a distance. Groups of farmers are busily working in the hot sun.
We had been seated for some hours when we (feel) ___(7)____ that the train began to move slowly. Looking out of the windows, we (find) ___(8)___ that the train was climbing up the hilly valley of “Phaya Yen Wood – lands.” Here trees grew thicker and thicker and hills were passing us. The train (speed) ____(9)____ merrily along, and we enjoyed ourselves watching the pleasant views all around. The air was by this time delightfully cool. 281
The train (be run) ____(10)____ merrily up and down the hilly lands for one or two hours, when we came once again to an open country.
After one hour (pass) ____(11)____, we arrived at Ban Pachee Junction where the train stopped for half an hour. Having left Ban Pachee behind, we were travelling over the great plains of Thailand. Rice – fields, together with small farm – houses, one more (come) ____(12)____ into view. By now, the sunshine made us tired and sleepy, so we went to sleep for a few minutes, and we (be awake) ____(13)____ by the loud and deafening noises at Ayudhaya station. We got up, walked to one of the windows and found that the plat – form was crowded. Few people got off the train but some got on; therefore, the train (become) ____(14)_____ more crowded. It was late in the afternoon when the train came to stand still at Hua Lumpong Station. We (get) ____(15)____ off the train feeling frightened of the strange crowded station in Bangkok. Later, we took a taxi back to our residence. However, we all enjoyed the pleasant journey by train.
Directions : Complete the short passage with the word or words from the passage.
Several weeks ago, my friends and I took a ___(1)____ from Nakorn Rajsrima to Bangkok by ___(2)____. We felt very ___(3)___ and enjoyed ___(4)___ pleasant views all around while the train ____(5)____ merrily along. After the train had ____(6)____ Ban Pachee Junction behind, we fell asleep because of the ____(7)____ until the train stopped at Ayudhaya Station. We were ____(8)____ by the aloud noises and we found that the train became more crowded. Late in the afternoon, the train arrived at Hua Lumpong Station ____(9)_____ and I got off the train taking a taxi back to the residence. All of us ___(10)___ the pleasant trip we have got a lot.











ใบงานที่ ๑๖
การเรียนรู้ด้วยตนเอง
๑. ให้ผู้เรียนค้นหาตารางเวลาของ Bus, Train, Airplane, Boat และSubway จากสื่อ ต่าง ๆ เช่น แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ หรือ Website ที่เกี่ยวข้อง อย่างละ ๑ ชิ้น แล้วนำส่งครูทาง e-mail
๒. ให้ผู้เรียนเขียนเล่าเรื่องหรือประสบการณ์ในการท่องเที่ยวที่ผ่านมา ๑ ครั้ง และวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ๑ ครั้ง แล้วนำส่งครูทาง e-mail





















แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๑๙

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ไว้ ได้ประโยชน์
เรื่องที่ ๓.๙ Urgently Wanted จำนวน ๓ ชั่วโมง
รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสวิชา พต๓๑๐๐๑

ตัวชี้วัด
๑. ศึกษาค้นคว้าความรู้และข้อมูลจากสื่อ ต่าง ๆ ได้
๒. สืบค้นข้อมูลในด้านต่าง ๆ จาก Internet และรับส่ง e-mail ได้
๓. เข้าใจและใช้ประโยคซับซ้อนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
๔. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการได้

เนื้อหา
๑. โฆษณาตำแหน่งงาน (Job Advertisement)จากหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือ Website เกี่ยวข้อง
๒. คำศัพท์ สำนวน วลี โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น qualification, salary, graduation, age, photo, apple เป็นต้น
๓. การเขียนประวัติ (Resume) เพื่อสมัครงาน
๔. การส่ง e-mail สมัครงาน

กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนและนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการแนะแนวการศึกษาต่อและกล่าวถึงการสมัครงานของผู้เรียนหลังจากสำเร็จการศึกษา
๒. ผู้เรียนหาโฆษณาตำแหน่งงาน (Job Advertisement)จากหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือ Website เกี่ยวข้อง หาศัพท์ สำนวน วลี โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น qualification, salary, graduation, age, photo, apple เป็นต้น
๓. ครูแนะนำเทคนิคการสมัครงานให้กับผู้เรียน
๔. ครูอธิบายการเขียนประวัติ (Resume) เพื่อสมัครงานและให้ผู้เรียนฝึกเขียนประวัติ(Resume) เพื่อสมัครงาน
๕. ผู้เรียนทำใบงาน เมื่อผู้เรียนทำใบงานเสร็จครูและผู้เรียนเฉลยใบงานพร้อมกัน
๖. ครูและผู้เรียนสรุปบทเรียนพร้อมกัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
ให้ผู้เรียนเขียนประวัติ (Resume) เพื่อสมัครงานแล้วนำส่งครูทาง e-mail

สื่อและแหล่ง
๑. หนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและชุมชน
๒. ใบงาน

การวัดและประเมินผล
๑. ประเมินจากการทำงานเป็นกลุ่ม
๒. ประเมินจากใบงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล






ใบงานที่ ๑๗
กิจกรรมที่ 1 Complete each blank with the provided words in the box.

recent well – organized experiences salary attractive
female benefits well – established command well – paid

1. I apply for this job because the company offers __________ salaries and good ____________.
2. Anyone who applies for this job must have good ___________ of written and spoken both English and Chinese.
3. Interested applicants should send resume with one _________ photo as well as present and expected ___________.
4. Our company is both ______________ and _______________.
5. A successful qualified candidate will get ___________ and good medical care.
6. A ________ candidate who has previous _____________ in managing a firm will be preferable.

กิจกรรมที่ ๒ Complete each blank with the words provided in the box.
resume accountant human command urgently
female written advantage salary hard – working

A well – organized and well – established international company in Thailand
______(1)_______ requires
_________(2)_________
- Male or ______(3)______, age not over 35
- Bachelor’s degree in Accounting or above
- Knowledge of PC Lotus, DBASE is ______(4)_______.
- Fairly good _______(5)_______ of spoken and _____(6)______ both English and Chinese
- Highly – motivated, _____(7)______ and good ______(8)______ relationship
- We offer good _____(9)_____ and fringe benefits depending up on qualifications and experience. Interested candidates please send a detailed ______(10)______ with recent photo to:
PERSONEL DEPARTMENT ESPAKA (THAILAND) LTD.
NORTHERN REGION INDUSTRIAL ESTATE





















ใบงานที่ ๑๘
การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
ให้ผู้เรียนเขียนประวัติ (Resume) เพื่อสมัครงานแล้วนำส่งครูทาง e-mail

























แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ ๒๐


รายวิชา
๑. การศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบัน รหัสวิชา พท ๓๒๐๐๙
๒. ศาสนา และหน้าที่พลเมือง รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๒
๓. พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม รหัสวิชา สค ๓๑๐๐๓

ตัวชี้วัด
๑. แบ่งประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรมได้อย่างถูกต้อง
๒. สามารถบอกรูปแบบลักษณะของการนำเสนอวรรณคดีและวรรณกรรมได้อย่างถูกต้อง
๓. สามารถบอกได้ว่าวรรณกรรมเรื่องใดจัดเป็นวรรณกรรมภูมิปัญญา
๔. มีความรู้ ความเข้าใจ ศาสนาที่สำคัญๆ ในโลก
๕. ฝึกปฏิบัติพัฒนาจิต เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองให้มีสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ และพัฒนาตนเองครอบครัว สังคม ชุมชน
๖. รู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบอำนาจรัฐ
๗. อธิบายความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
๘. รู้และเข้าใจหลักสิทธิมนุษยชน
๙. อธิบายหลักสิทธิมนุษยชนให้ผู้อื่นได้
๑๐. สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนาตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม
๑๑. รู้และเข้าใจ บทบาท หน้าที่ของผู้นำชุมชน
๑๒. เป็นผู้นำ ผู้ตามในการจัดทำและขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนสังคม

เนื้อหา
๑. ประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรม
๒. รูปแบบ ลักษณะของการนำเสนอวรรณคดีและวรรณกรรม
๓. ลักษณะของวรรณกรรมภูมิปัญญา
๔. ศาสนาต่าง ๆ (กำเนิดศาสนาต่าง ๆ ศาสดาของศาสนาต่าง ๆ)
๕. วิธีฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตในแต่ละศาสนา
๖. การพัฒนาสติปัญญาในการ แก้ปัญหาต่างๆ และการพัฒนาตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม (กรณีตัวอย่าง)
๗. บทบาทหน้าที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
๘. ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
๙. หลักสิทธิมนุษยชนและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
๑๐. กฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิด้านบุคคล
๑๑. การจัดทำแผนโครงการ
๑๒. การเผยแพร่สู่การปฏิบัติ
๑๓. บทบาท หน้าที่ของผู้นำ/สมาชิกที่ดีของชุมชน สังคม
๑๔. ผู้นำ ผู้ตามในการจัดแผนพัฒนา ชุมชน สังคม
๑๕. ผู้นำ ผู้ตามในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ผู้เรียนนำเสนอกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนี้
๑. เลือกอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันที่ตนเองสนใจ โดยสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ และประเมินคุณค่าของงานนั้นๆ ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เช่น โครงเรื่อง แนวคิด ลักษณะตัวละคร วิธีการนำเสนอ และคุณค่าที่ได้รับจากเรื่อง ประเมินคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมปัจจุบันว่ามีคุณค่าอย่างไร ด้วยเหตุผลใด จำนวน ๕ เรื่อง แล้วจัดทำเป็นรายงาน
๒. เรื่องศาสนาที่สำคัญในโลก โดยศึกษาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆในชุมชน จัดทำเป็นรูปเล่ม ใช้วิธีการเย็บมุมกระดาษ จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ
๓. ฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตแล้วรายงานผลวิธีการฝึกและผลของการฝึกว่ามีส่วนช่วยให้พัฒนาสติปัญญาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด สรุปเป็นรายงาน เย็บมุมกระดาษ จำนวน ๓ – ๕ หน้ากระดาษ
๔. ให้ผู้เรียนจัดทำรายงานในหัวข้อต่อไปนี้
- บทบาทหน้าที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
- ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ
- หลักสิทธิมนุษยชนและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการสิทธิ์
- กฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิด้านบุคคล
๕. ทำรายงานหรือโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน และให้วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของผู้นำ/สมาชิกที่ดีของชุมชน สังคม ผู้นำ ผู้ตามในการจัดแผนพัฒนา ชุมชน สังคม และในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม จำนวน ๑๐ หน้ากระดาษ

สื่อและแหล่งเรียนรู้
๑. ผลงาน/ชิ้นงาน
๒. กระดาษปรู๊ฟ
๓. ปากกาเคมี
๔. กระดาษ A๔
๕. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชน

การวัดประเมินผล
ตรวจผลงาน เอกสารรายงาน

บันทึกการสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


(นางสาวอมรา ทับทิม)
ครู กศน.ตำบล

เข้าชม : 41138

การศึกษานอกระบบ 5 อันดับล่าสุด

      แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ 17 / ม.ค. / 2556
      สมุดบันทึกความดี 14 / ม.ค. / 2556
      โครงงานเรื่องผลการเปรียบเทียบน้ำมันมะพร้าวโดยวิธีการสกัดร้อนและสกัดเย็น 14 / ม.ค. / 2556
      แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ 14 / ม.ค. / 2556
      แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง 28 / ธ.ค. / 2555




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้ง ที่นี่ เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

 
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองหญ้าปล้อง  จังหวัดเพชรบุรี
ถนนหนองควง-เพชรเกษม  ตำบลหนองหญ้าปล้อง  อำเภอหนองหญ้าปล้อง  จังหวัดเพชรบุรี โทรศัพท์ ๐๓๒-๔๙๔๒๒๙โทรสาร  ๐๓๒-๔๙๔๒๒๙ Ammara_waw@hotmail.com   
nikorn@nfe7603.go.th
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.01